Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การพัฒนาปุ๋ยชีวภาพจากแหนแดง

สุรางค์รัตน์ พันแสง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการได้แก่ 1) วิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารของแหนแดง 2) ศึกษาสัดส่วนองค์ประกอบที่เหมาะสมของคาร์บอน และไนโตรเจน 3) ศึกษาอัตราการรอดชีวิตของไซยาโนแบคทีเรียในปุ๋ยชีวภาพในรูปแบบปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากแหนแดง และ 4) เพื่อผลิตปุ๋ยชีวภาพที่มีคุณภาพตามประกาศมาตรฐานของปุ๋ยอินทรีย์แหนแดงที่ใช้ในการศึกษาคร้ังน้ีคือแหนแดง ชนิด Azolla pinnatavar. imbricataการวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารในแหนแดง พบว่า ปริมาณธาตุอาหารหลัก คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม เท่ากับ 4.58%, 0.40% และ 2.00% ตามลำดับ การศึกษาในครั้งนี้ได้ทดลองใช้วัสดุผสมที่เป็นมูลสัตว์ที่แตกต่างกัน โดยใช้สัดส่วนของมูลสัตว์ และแหนแดงสดในอัตราส่วน 1 : 10 โดยปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสูตรที่ 1 จะใช้มูลไก่เป็นวัสดุผสม (T1) สูตรที่ 2 ใช้มูลสุกร (T2) และสูตรที่ 3 ใช้มูลโค (T3) ผลการวิเคราะห์ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดในปุ๋ยอินทรียชีวภาพทั้ง 3 สูตร พบว่า T3 มีปริมาณของไนโตรเจนรวมเพิ่มขึ้นสูงที่สุด (1.00%) รองลงมาคือ T2 (0.67%) และ T1 (0.27%) ตามลำดับ แต่เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเพิ่มขึ้นของปริมาณฟอสฟอรัสรวม (TP) และโพแทสเซียมรวม (TK) พบว่าปุ๋ยสูตรที่ T1 มีอัตราการเพิ่มขึ้นของสารอาหารทั้งสองชนิดสูงที่สุด (TP=6.69% และ TK=3.07%) รองลงมา คือ T2 (TP=1.82% และ TK=1.39%) และT3 (TP=0.61% และ TK=1.15%) ตามลำดับ อัตราการรอดตายของไซยาโนแบคทีเรียในปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพทุกสูตร พบว่า ไซยาโนแบคทีเรียมีชีวิตรอดได้นานที่สุด 30 วัน เมื่อพิจารณาคุณภาพของปุ๋ยตามมาตรฐานพบว่าปุ๋ย สูตรที่ 3 มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานของปุ๋ยอินทรีย์ดังน้ันในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่ให้ปริมาณไนโตรเจนได้ดี และมีมาตรฐาน คือ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลโค

คำสำคัญ

มูลสัตว์สารอาหารหลักmacro-nutrientsAzolla organic bio-fertilizermanuresปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากแหนแดง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

อัตราการใช้ปุ๋ยชีวภาพจากกลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถตรึงไนโตรเจน รวมทั้งละลายฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมร่วมกับปุ๋ยเคมีต่อผลผลิตฟักทอง

วรรณา สุวรรณวิจิตร กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559

เปรียบเทียบการใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดินชนิดต่างๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตอ้อยอย่างยั่งยืน

ภัทรานิษฐ์ ช่วยสระน้อย กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2560

ศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยชีวภาพ พด.12 ด้วยไบโอชาร์ ต่อการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและผลผลิตพืช

จันจิรา แสงสีเหลือง กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559

การศึกษาผลของปุ๋ยเคมีสูตรต่าง ๆ ที่มีต่อการเจริญเติบโตของแหนแดง

สุพจน์ เกิดมี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

ศึกษาอัตราที่เหมาะสมของปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำของกรมวิชาการเกษตรโดยใช้น้ำหมักชีวภาพ เพื่อเพิ่มมวลชีวภาพของแหนแดงที่ใช้เป็นปุ๋ยไนโตรเจนในการปลูกข้าว จังหวัดฉะเชิงเทรา

วลัญดรรชน์ เอี่ยมวรการ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2556

ศึกษาการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงร่วมกับปุ๋ยพืชสดและปุ๋ยเคมีต่อผลผลิตข้าวพันธุ์สังข์หยด ในกลุ่มชุดดินที่ 6 ชุดดินสตูล จังหวัดสตูล

พักรพงษ์ มหาโชติ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2556

ผลการทดลองใช้จุลินทรีย์ป้องกันโรครากเน่าและโคนเน่า(สารเร่งพด.3)ของผักชีฝรั่งในระบบเกษตรอินทรีย์ กลุ่มชุดดินที่ 4 จังหวัดนครสวรรค์

ชัชชัย ถิ่นโพธิ์ทอง กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2552

ผลของวัสดุอินทรีย์ชนิดต่างๆ ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยชีวภาพ พด.12 ในการปรับปรุงดินเค็มเพื่อปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1

สุวรรณภา บุญจงรักษ์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559

ศึกษาผลการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงร่วมกับปุ๋ยเคมีต่อผลผลิตข้าวพันธุ์สังข์หยด ในกลุ่มชุดดินที่ 17 ชุดดินโคกเคียน จ. สงขลา

พิมล อ่อนแก้ว กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2556

ศึกษาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพ (พด.12) ในการละลายธาตุโพแทสเซียมต่อผลผลิตมันสำปะหลังระยอง9 ชุดดินมาบบอนในจังหวัดระยอง

กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559