การพัฒนาปุ๋ยชีวภาพจากแหนแดง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการได้แก่ 1) วิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารของแหนแดง 2) ศึกษาสัดส่วนองค์ประกอบที่เหมาะสมของคาร์บอน และไนโตรเจน 3) ศึกษาอัตราการรอดชีวิตของไซยาโนแบคทีเรียในปุ๋ยชีวภาพในรูปแบบปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากแหนแดง และ 4) เพื่อผลิตปุ๋ยชีวภาพที่มีคุณภาพตามประกาศมาตรฐานของปุ๋ยอินทรีย์แหนแดงที่ใช้ในการศึกษาคร้ังน้ีคือแหนแดง ชนิด Azolla pinnatavar. imbricataการวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารในแหนแดง พบว่า ปริมาณธาตุอาหารหลัก คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม เท่ากับ 4.58%, 0.40% และ 2.00% ตามลำดับ การศึกษาในครั้งนี้ได้ทดลองใช้วัสดุผสมที่เป็นมูลสัตว์ที่แตกต่างกัน โดยใช้สัดส่วนของมูลสัตว์ และแหนแดงสดในอัตราส่วน 1 : 10 โดยปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสูตรที่ 1 จะใช้มูลไก่เป็นวัสดุผสม (T1) สูตรที่ 2 ใช้มูลสุกร (T2) และสูตรที่ 3 ใช้มูลโค (T3) ผลการวิเคราะห์ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดในปุ๋ยอินทรียชีวภาพทั้ง 3 สูตร พบว่า T3 มีปริมาณของไนโตรเจนรวมเพิ่มขึ้นสูงที่สุด (1.00%) รองลงมาคือ T2 (0.67%) และ T1 (0.27%) ตามลำดับ แต่เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเพิ่มขึ้นของปริมาณฟอสฟอรัสรวม (TP) และโพแทสเซียมรวม (TK) พบว่าปุ๋ยสูตรที่ T1 มีอัตราการเพิ่มขึ้นของสารอาหารทั้งสองชนิดสูงที่สุด (TP=6.69% และ TK=3.07%) รองลงมา คือ T2 (TP=1.82% และ TK=1.39%) และT3 (TP=0.61% และ TK=1.15%) ตามลำดับ อัตราการรอดตายของไซยาโนแบคทีเรียในปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพทุกสูตร พบว่า ไซยาโนแบคทีเรียมีชีวิตรอดได้นานที่สุด 30 วัน เมื่อพิจารณาคุณภาพของปุ๋ยตามมาตรฐานพบว่าปุ๋ย สูตรที่ 3 มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานของปุ๋ยอินทรีย์ดังน้ันในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่ให้ปริมาณไนโตรเจนได้ดี และมีมาตรฐาน คือ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลโค