ความผันแปรทางพันธุกรรมและประสิทธิภาพในการเก็บกักคาร์บอนของกล้าไม้ประดู่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาความผันแปรทางพันธุกรรมและประสิทธิภาพในการกักเก็บคาร์บอนของกล้าไม้ ประดู่ ดําเนินการโดยศึกษาการเติบโตและมวลชีวภาพของกล้าไม้ที่ปลูกในแปลงทดลองภาคสนามที่ สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา เป็นเวลา 3 ปี โดยใช้กล้าไม้จากแม่ไม้ประดู่ จํานวน 24 ต้น จากทั้งหมด 5 ประชากรหรือแหล่งเมล็ดไม้ ผลการศึกษาพบว่า การเติบโตของกล้าไม้ มีความ แตกต่างกันระหว่างประชากรและระหว่างแม่ไม้ทั้งความสูงและความโต (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ระดับ ผิวดิน) กล้าไม้ประดู่อายุสามปี มีความสูงเฉลี่ย 2.02 เมตร และมีความโตเฉลี่ย 3.56 เซนติเมตร โดย กล้าไม้จากกําแพงเพชรมีความสูงเฉลี่ยมากสุด (2.34 เมตร) รองลงมาคือกล้าไม้จากสระบุรี นครราชสีมา ราชบุรี และขอนแก่นซึ่งโตน้อยสุด โดยมีความสูงเฉลี่ย 2.23 เมตร 2.15 เมตร 1.95 เมตร และ 1.68 เมตร ตามลําดับ สําหรับความโตของกล้าไม้นั้น กล้าไม้จากสระบุรีมีความโตเฉลี่ยมากสุด (3.98 เซนติเมตร) รองลงมาคือกล้าไม้จากนครราชสีมา กําแพงเพชร ขอนแก่น และราชบุรี ซึ่งโตน้อยสุด โดยมีความโตเฉลี่ยเท่ากับ 3.79 เซนติเมตร 3.71 เซนติเมตร 3.22 เซนติเมตร และ 3.03 เซนติเมตร ตามลําดับ ในทํานองเดียวกัน การเติบโตของกล้าไม้จากแม่ไม้ต่าง ๆ จํานวน 24 ต้น พบว่ากล้าไม้จาก แม่ไม้ที่มีการเติบโตด้านความสูงมากสุดและน้อยสุด มีความสูงเฉลี่ยเท่ากับ 2.84 เมตร และ 1.53 เมตร ตามลําดับ และมีความโตเฉลี่ยมากสุดและน้อยสุดเท่ากับ 4.37 เซนติเมตร และ 2.59 เซนติเมตร ตามลําดับ สําหรับมวลชีวภาพซึ่งประเมินจากน้ําหนักอบแห้งของกล้าไม้ พบว่า มีมวลชีวภาพเหนือ พื้นดินซึ่งเป็นผลรวมของใบ กิ่ง และลําต้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 513.27 กรัม และมีมวลชีวภาพใต้ดิน (ส่วน ของราก) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 159.38 กรัม โดยมีมวลชีวภาพรวมเท่ากับ 672.65 กรัม ซึ่งความแตกต่าง ของการเติบโตของกล้าไม้ระหว่างแม่ไม้ ย่อมมีผลต่อประสิทธิภาพในการกักเก็บคาร์บอนของกล้าไม้ประดู่ด้วย