การใช้ประโยชน์ไม้พะยูงตัดขยายระยะจากสวนป่าปลูก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาคุณสมบัติและอัตราการแปรรูปไม้พะยูงตัดขยายระยะจากสวนป่าปลูกอายุ 12 ปี โดยเปรียบเทียบกับไม้พะยูงตามมาตรฐานไม้เนื้อแข็งของประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่าไม้พะยูง ที่สามารถศึกษาได้มีจำนวน 20 ท่อน มีขนาดเส้นรอบวงใหญ่สุด 55.50 เซนติเมตร ขนาดเส้นรอบวง เล็กสุด 24.75 เซนติเมตร มีเส้นรอบวงโดยเฉลี่ย 43.43 เซนติเมตร มีขนาดความยาวสูงสุด 243.00 เซนติเมตร ขนาดความยาวต่ำสุด 210 เซนติเมตร มีขนาดความยาวเฉลี่ย 231.30 เซนติเมตร มีปริมาตรสูงสุด 0.04 ลูกบาศก์เมตร ปริมาตรต่ำสุด 0.01 ลูกบาศก์เมตร มีปริมาตรโดยเฉลี่ย 0.04 ลูกบาศก์เมตร เมื่อแปรรูปเป็นไม้แผ่นแล้วจะมีปริมาตรสูงสุด 0.021 ลูกบาศก์เมตร ปริมาตรต่ำสุด 0.001 ลูกบาศก์เมตร ปริมาตรเฉลี่ย 0.006 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีการนำมาคิดเป็นอัตราการแปรรูป จะพบว่ามีอัตราการแปรรูปสูงสุดร้อยละ 46.67 อัตราการแปรรูปต่ำสุดร้อยละ 5.00 โดยมีอัตราการแปรรูปเฉลี่ยที่ร้อยละ 18.54 เมื่อตรวจสอบตำหนิพบว่าประกอบด้วยตาไม้จำนวน 210 ตา และมีรอยปริแตกจำนวน 9 แผ่น ซึ่งตำหนิส่วนใหญ่ที่ไม่พบเนื่องจากไม้เป็นเชื้อราและมีรอยผุแตกแทบทุกแผ่น ทำให้มองไม่เห็นตำหนิอื่นๆ นอกจากนั้น เมื่อทดสอบคุณสมบัติเปรียบเทียบกับไม้พะยูงจากธรรมชาติตามมาตรฐานไม้เนื้อแข็งของประเทศไทย พบว่ามีคุณสมบัติต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด กล่าวคือ ค่าความชื้นสูงกว่ามาตรฐานร้อยละ 0.71 มีความหนาแน่นต่ำกว่ามาตรฐาน 181.01 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ค่าความเค้นอัดขนานเสี้ยนต่ำกว่ามาตรฐาน 46.09 เมกะปาสคาล และมีค่าความเฉือนขนานเสี้ยนต่ำกว่ามาตรฐาน 8.0 เมกะปาสคาล ตามลำดับ จึงไม่มีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ทำผลิตภัณฑ์ ที่ต้องการความแข็งแรง แต่สามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กได้ ซึ่งควรนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป