ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจที่จะออกจากงานของพนักงาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อภาษาไทย การวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจที่จะออกจากองค์การของพนักงาน” มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างของระดับความคิดเห็นต่อองค์กร โอกาสงาน ภาระความรับผิดชอบในครอบครัว ระดับความพึงพอใจในงาน ความผูกพันทุ่มเทให้กับองค์กร และความตั้งใจจะออกจากงานของพนักงานในอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดนครราชสีมาที่มีระดับผลการปฏิบัติงานแตกต่างกัน (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลในการทำนายความตั้งใจที่จะออกจากงานของพนักงานในอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดนครราชสีมา (3) เพื่อศึกษาลักษณะความสัมพันธ์ของปัจจัยสิ่งแวดล้อมขององค์กร ปัจจัยทางจิตวิทยา และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมภายนอก ต่อความตั้งใจที่จะออกจากงานของพนักงาน ใช้วิธีวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยมีหน่วยวิเคราะห์คือพนักงาน กลุ่มตัวอย่างคือพนักงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 1,111 คน จากทั้งหมด จำนวน 11 บริษัท จากกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ การเลือกกลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็นการเลือกบริษัท นั้นจะใช้วิธี Purposive Sampling ซึ่งใช้เกณฑ์กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา ขนาดขององค์การ และการเข้าถึง ส่วนในส่วนการเลือกกลุ่มตัวอย่างพนักงานใช้วิธีการเลือกแบบ Quota Sampling โดยแต่ละแห่งเลือกกลุ่มตัวอย่างพนักงานประมาณ แห่งละอย่างน้อย 50 คน และแบ่งพนักงานเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีผลการปฏิบัติงานระดับดีมาก กลุ่มที่มีผลการปฏิบัติงานระดับดี และกลุ่มที่มีผลการปฏิบัติงานระดับปานกลาง การวิจัยนี้ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย โดยเครื่องมือที่ใช้นั้นแต่ละตัวแปรมีค่าสัมประสิทธิ์ ? ของ Cronbach ตั้งแต่ 0.70 ขึ้นไปทุกตัวแปร และในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัย ใช้ การวิเคราะห์ ANOVA และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรโดยใช้ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์ยืนยันปัจจัยองค์ประกอบ และการวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง โดยใช้ โปรแกรมทางสถิติ SPSS และ SPSS AMOS เพื่อทดสอบโมเดลกรอบแนวคิดการวิจัย ผลการศึกษาเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของพนักงานต่อองค์กรในปัจจัยด้าน ความอิสระในการปฏิบัติงาน โอกาสในการพัฒนาและความก้าวหน้า การสื่อสาร การบริหารผลการปฏิบัติงาน ความยุติธรรมในการจ่ายค่าจ้างและรางวัล ความขัดแย้งในบทบาท ภาระงาน การสนับสนุนของหัวหน้างาน การสนับสนุนของเพื่อนร่วมงาน โอกาสงาน ภาระความรับผิดชอบงานในครอบครัว ความพึงพอใจของพนักงาน ความผูกพันทุ่มเทให้กับองค์การ และความตั้งใจจะลาออกจากงานของพนักงาน โดยเปรียบเทียบตามกลุ่มระดับผลการปฏิบัติงาน พบว่า มีเพียงความคิดเห็นของพนักงานในด้านการสนับสนุนของหัวหน้างาน และ ความคิดเห็นต่อความอิสะในการปฏิบัติงาน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยะสำคัญทางสถิติ และผลการศึกษาชี้ว่าปัจจัยที่ทำนายความตั้งใจจะออกจากงานของพนักงานในอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดนครราชสีมาที่ดีที่สุด ประกอบไปด้วย (1) โอกาสงาน (2) ความผูกพันและทุ่มเทให้กับองค์การ (3) ความขัดแย้งในบทบาท (4) การสนับสนุนของเพื่อนร่วมงาน (5) ภาระงาน (6) การสนับสนุนของผู้บริหาร (7) ความอิสระในการปฏิบัติงาน และ (8) โอกาสในการพัฒนาและความก้าวหน้า โดย โมเดลที่ได้นี้สามารถอธิบายความตั้งใจจะลาออกจากงานนี้ได้ ร้อยละ 41.70 ผลการทดสอบโมเดลทำนายความตั้งใจออกจากงาน พบว่าปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในองค์การ มีอิทธิพลต่อความตั้งใจจะลาออกจากงานของพนักงานทั้งทางตรงและทางอ้อม อิทธิพลทางอ้อมนั้นก็จะผ่านปัจจัยด้านจิตวิทยา ได้แก่ ความพึงพอใจในงานและความผูกพันทุ่มเทให้กับองค์การ โดยความพึงพอใจในงานไม่มีอิทธิพลทางตรงกับความตั้งใจจะลาออกจากงาน มีเพียงอิทธิพลทางอ้อมโดยผ่านความผูกพันทุ่มเทของพนักงานเท่านั้น ความผูกพันทุ่มเทให้กับองค์การมีอิทธิพลทางตรงกับความตั้งใจจะลาออกจากงาน ด้านปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอก ได้แก่ โอกาสงานจากภายนอก และภาระความรับผิดชอบงานในครอบครัว มีผลที่น่าสนใจ นั่นคือ โอกาสงานจากภายนอกมีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อความตั้งใจจะลาออกจากงาน โดยอิทธิพลทางอ้อมจะผ่านความผูกพันทุ่มเทให้กับองค์การของพนักงาน แต่ภาระความรับผิดชอบงานในครอบครัว มีอิทธิพลทางตรงกับความผูกพันทุ่มเทให้กับองค์การ แต่มีอิทธิพลทางอ้อมกับตั้งใจจะลาออกจากงาน และ ปัจจัยทุนทางสังคมของพนักงานนั้น มีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อ ตั้งใจจะลาออกจากงาน โดยอิทธิพลทางอ้อมนั้นจะผ่านความพึงพอใจใจงานและความผูกพันทุ่มเทให้กับองค์การ โมเดลที่ได้นี้สามารถอธิบายความแปรปรวนในการพยากรณ์ความพึงพอใจในงาน ได้ร้อยละ 64 อธิบายความแปรปรวนในการพยากรณ์ความผูกพันทุ่มเทให้กับองค์กร ได้ร้อยละ 36 และสามารถอธิบายความแปรปรวนในการพยากรณ์ความตั้งใจจะออกจากงาน ได้ร้อยละ 35