การศึกษาศักยภาพการค้าการขนส่งชายแดน หลังการเปิดใช้สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
หลังการเปิดใช้สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ทำให้เส้นทาง R12 เป็นช่องทางการค้าการขนส่ง และการท่องเที่ยว และจุดเชื่อมโยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากจังหวัดนครพนมไปยังเมืองท่าแขกในแขวงคำม่วน สปป.ลาว มุ่งสู่ด่านจาลอ ของเวียดนาม และสู่หนานหนิง ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เมื่อเปรียบเทียบ R12 กับ R9 เส้น R12 เป็นเส้นทางการค้าที่มีศักยภาพสูง และมีระยะทางสั้นกว่า คือ มีระยะทาง 1,383 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลา 26-29ชั่วโมง ข้อจำกัดที่สำคัญคือ เส้นทาง R12 ไม่อยู่ภายใต้กรอบ GMS ทำให้เส้นทางขนส่งนี้ไม่อยู่ในกรอบพัฒนาของ GMS การที่จะพัฒนาเส้นทาง R12 รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในเส้นทาง จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากไทย สปป.ลาว และเวียดนามในการพัฒนาร่วมกัน โอกาสในการใช้ประโยชน์ของเส้นทาง R12 คือ ตลาดประเทศเวียดนาม และตลาดเป้าหมายของจีน (หนานหนิง) ได้ ภาครัฐควรได้มีการผลักดันและส่งเสริมในการใช้เส้นทาง R12 นี้อย่างจริงจัง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ 1) ระดับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Cross Border Transport Agreement: CBTA) เพื่อให้ความตกลงมีผลในทางปฏิบัติได้จริง ทำให้รถบรรทุกทะเบียนไทยสามารถขนส่งผลไม้ไปได้ถึงชายแดนเวียดนาม-จีนโดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนรถขนส่งอีก 2) ระดับระหว่างประเทศ คือไทย – ลาว – เวียดนาม คือ การเจรจาเพื่อให้เส้นทาง R12 อยู่ภายใต้พิธีสารฯไทย-จีน และ เร่งการสร้างความเข้าใจร่วมกันของประโยชน์ที่ได้จากการใช้ประโยชน์เส้นทางนี้ เพื่อให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น 3) ระดับในประเทศ เช่น ผลักดันนโยบายและมาตรการสนับสนุนตามแผนพัฒนาภาครัฐ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์กระจายสินค้า และโครงการสนับสนุนอื่น ๆ ให้เกิดการขับเคลื่อนได้รวดเร็วและทันต่อสภาวการณ์ เพื่อมิให้ประเทศไทยต้องเสียประโยชน์ หรือ ส่งเสริม และกำหนดมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถใช้ประโยชน์จากการใช้เส้นทาง R12