การเปรียบเทียบผลผลิตถั่วเหลืองพันธุ์รับรองในจังหวัดน่าน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเปรียบเทียบผลผลิตถั่วเหลืองพันธุ์รับรองในแปลงปลูกถั่วเหลืองของเกษตรกรอำเภอภู เพียง จังหวัดน่าน ฤดูปลูกช่วงปลายฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม พ.ศ. 2555 และฤดูแล้ง ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2555 ถึงมีนาคม พ.ศ. 2556 มีสิ่งทดลอง 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยหลัก (main plot) เป็นการเปรียบเทียบระหว่างการใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อถั่ว เหลืองอายุได้ 25 วันหลังปลูก และการใส่ปุ๋ยโบกาฉิ (ส่วนผสมประกอบด้วยมูลสัตว์ 80 กิโลกรัม แกลบดิบ 40 กิโลกรัม รำละเอียด 84 กิโลกรัม จุลินทรีย์ EM 80 มิลลิลิตร กากน้ำตาล 80 มิลลิลิตร และน้ำสะอาด 40 สิตร) อัตรา 200 กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะเตรียมดิน ปัจจัยรอง (sub plot) เป็นการ ทดสอบผลผลิตระหว่างถั่วเหลืองพันธุ์รับรอง 8 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์เชียงใหม่ 3 พันธุ์เชียงใหม่ 5 พันธุ์ เชียงใหม่ 60 พันธุ์สจ. 5 พันธุ์สุโขทัย 1 พันธุ์สุโขทัย 2 พันธุ์สุโขทัย 3 และพันธุ์นครสวรรค์ 1 โดยวาง แผนการทดลองแบบ Split-Plot Design ทำ 8 ซ้ำ จัดสิ่งทดลองที่เป็นปัจจัยหลักแบบสุ่ม ภายในบลอคสมบูรณ์ (Randomized Complete Block Design) ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า การ ให้ผลผลิตของถั่วเหลืองนั้นจะขึ้นอยู่กับฤดูที่ปลูก พันธุ์ถั่วเหลือง และปฏิสัมพันธ์ร่วมระหว่างฤดูปลูก กับพันธุ์ถั่วเหลือง แต่การใส่ปุ๋ยไม่ว่าจะเป็นการใส่ปุ๋ยเคมีหรือปุยโบกาฉิ ต่างก็มีอิทธิพลต่อการเพิ่ม ผลผลิตของถั่วเหลืองไม่แตกต่างกันทางสถิติ การปลูกถั่วเหลืองช่วงปลายฤดูฝนจะให้ผลผลิตเฉลี่ย 311.31 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่การปลูกในช่วงฤดูแล้งจะให้ผลผลิตเฉลี่ย 231.47 กิโลกรัมต่อไร่ และ พันธุ์ถั่วเหลืองที่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูงทั้งการปลูกในช่วงปลายฤดูฝนและฤดูแล้งมี 4 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์เชียงใหม่ 3 พันธุ์เชียงใหม่ 5 พันธุ์สจ. 5 และพันธุ์สุโขทัย 1 ซึ่งทั้ง 4 พันธุ์นี้ให้ผลผลิตเฉลี่ย ของการปลูกในช่วงปลายฤดูฝนและฤดูแล้งไม่แตกต่างกันทางสถิติ โดยให้ผลผลิตเท่ากับ 288.80, 300.26, 279.00 และ 281.97 กิโลกรัมต่อไร่ตามลำดับ สูงกว่าพันธุ์เชียงใหม่ 60 ที่เกษตรกรในพื้นที่ จังหวัดน่านใช้ปลูกอย่างแพร่หลายถึงร้อยละ 23.08, 27.97, 18.90 และ 20.17 ตามลำดับ แต่ อย่างไรก็ตาม ในการปลูกแต่ละฤดูนั้น หากเกษตรกรประสงค์จะเลือกใช้พันธุ์ที่เหมาะสมกับฤดูปลูก นั้นๆ เป็นการเฉพาะ เกษตรกรควรเลือกใช้เลือกใช้พันธุ์เชียงใหม่ 3 หรือพันธุ์เชียงใหม่ 5 สำหรับการ ปลูกในช่วงปลายฤดูฝน ขณะที่การปลูกถั่วเหลืองช่วงฤดูแล้งนั้น เกษตรกรควรเลือกใช้พันธุ์เชียงใหม่ 5 พันธุ์สุโขทัย 1 พันธุ์สุโขทัย 2 สุโขทัย หรือพันธุ์สจ. 5