ศึกษาความอยู่รอดของเชื้อราไตรโคเดอร์มาและเชื้อราไฟท๊อฟธอร่าในสภาพสวนส้มที่มีการจัดการสวน 3 รูปแบบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาอัตราการอยู่รอดของเชื้อราไตรโคเดอร์มา ( Pi 2) และเชื้อรา ไฟท๊อปธอร่ในดินบริเวณที่มีการปลูกส้มโอ (Citrus grandis L.Osbeck) พันธุ์ทองดี ภายใต้ สภาพแวดล้อมแบบทอซีเมนต์ แปลงวิจัยและแปลงเกษตรกร โดยการทดลองในท่อซีเมนต์เป็นการทดสอบ ผลของสภาพให้น้ำที่แตกต่างกัน ส่วนการทดลองในแปลงวิจัยและแปลงเกษตรที่ปลูกส้มโอ เป็นการ ทดสอบผลร่วมระหว่างสภาพพื้นที่และการให้น้ำที่แตกต่างกันสามลักษณะ ได้แก่ สภาพที่ดอน (ให้น้ำ 1 หรือ 2 ครั้ง สัปดาห์ และสภาพที่ลุ่ม (ให้น้ำ 2 สัปดาห์ เครั้ง) ซึ่งมีการใส่เชื้อไตรโคเดอร์มาลงในดินปลูก เพียงครั้งเดียวตลอดการทดลอง (สวนเชื้อราไฟท๊อปธอร่ไม่มีการใส่ในดิน อาศัยเชื้อที่มีอยู่ในตาม ธรรมชาติ มีการเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมด้านความเป็นกรดด่ง อุณหภูมิและความชื้นของดิน รวมถึง อุณหภูมิและความชื้นของอากาศ โดยสุ่มเก็บดินรอบโคนต้นตามรัศมีทรงพุ่ม ต้นละ 4 จุด ๆ ละ 1 พลั่วมือ (~200 กรัม) นำมาผสมรวมเป็นถุงเดียว (1 ถุงต่อต้น) ปริมาณของเชื้อราทั้ง 2 ชนิด ตรวจสอบโดยการนับ จำนวนโคโลนีที่มีชีวิต ( c.f.u.ต่อดินแห้ง 1 กรัม) การทดลองในท่อซีเมนต์ดำเนินการระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ 2554 - มกราคม 2555 ผลการทดลองพบว่าเชื้อรไตรโคเดอร์มาและไฟท๊อปธอร่า สามารถมี ชีวิตและอยู่รอดได้ตลอดการทดลอง (12 เดือน) แต่ปริมาณของเชื้อทั้ง 2 ชนิด มีแนวโน้มลดลงตาม ระยะเวลา สภาพการให้น้ำที่แตกต่างกันส่งผลต่อความชื้นของดินอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่มีผลทางสถิติต่อ อุณหภูมิของดิน และปริมาณการอยู่รอดของเชื้อทั้งสองชนิด การทคลองในสภาพแปลงวิจัยดำเนินการ ระหว่างเดือนมีนาคม 2554 - กุมภาพันธ์ 2555 ผลการทดลองพบว่า ความสามารถในการอยู่รอดและ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงปริมาณชื้อในดิน สอดคล้องกับผลการทดลองในท่อชีเมนต์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสภาพ พื้นที่และการให้น้ำทั้งสามรูปแบบ ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณของเชื้อทั้งสองชนิดอย่างมี นัยสำคัญ เป็นที่น่าสังเกตว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มาหลังสิ้นสุดการทดลองมีปริมาณมากกว่าปริมาณที่มีอยู่ใน ดินตามธรรมชาติ ก่อนหน้าการทดลอง ขณะที่เชื้อไฟท้อปธอร่า กลับแสดงผลในทางตรงกันข้าม ส่วนค่า ความเป็นกรดด่างและอุณหภูมิของดิน ทั้งก่อนและหลังการทดลองไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ แต่การ ให้น้ำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ส่งผลให้ความชื้นของดินในสภาพที่ดอนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การทดลองใน สภาพแปลงเกษตรกร ดำเนินการในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ระหว่างเดือนตุลาคม 2555 - กรกฎาคม 2556 พบว่าทั้งปัจจัยด้านสภาหพื้นที่ การให้น้ำ ความชื้น ค่าความเป็นกรดด่างและสภาพดินใน แปลงเกษตรกร ส่วนใหญ่มีผลต่ออัตราความอยู่อดและการเปลี่ยนแปลงปริมาณเชื้อทั้งสองชนิด ใน ลักษณะที่สอดคล้องกับผลที่ได้จากสภาพท่อซีเมนต์และแปลงวิจัย ทำให้สามารถสรุปได้ว่า โดยภาพรวม แล้วสภาพแปลงเกษตรกรที่ทดลองไม่มีผลต่ออัตราความอยู่รอดของเชื้อ แต่มีแนวโน้มว่าเชื้อทั้งสองชนิด สามารถอยู่รอดในสภาพที่ลุ่มได้ดีกว่าในสภาพที่ดอน โดย เชื้อราไตรโคเดอร์มามีแนวโน้มอยู่รอดได้ดีกว่า ฟท๊อปธอร่ ซึ่งส่งผลให้หลังการทดลองเชื้อไตรโคเดอร์มามีปริมาณมากกว่าที่มีอยู่ในดินก่อนการทดลอง ขณะที่เชื้อไฟท๊อปธอร่าให้ผลในทางตรงกันข้าม