อิฐบล๊อกประสานผสมวัสดุเหลือทิ้งเพื่อพัฒนาเป็นผนังรับแรงและลดการแพร่ความร้อน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความมุ่งหมายของงานวิจัยฉบับนี้ เป็นการศึกษาการใช้เถ้าลอยร่วมกับชานอ้อยในอิฐบล็อกประสาน โดยแทนที่ปูนซีเมนต์ด้วยเถ้าลอย ร้อยละ 10, 20, 30 และ 40 โดยน้ำหนัก และแทนที่ดินแดงด้วยชานอ้อยร้อยละ 0,5,10,15 และ 20 โดยปริมาตร ทำการทดสอบคุณสมบัติการรับกำลังอัด ความหนาแน่น และ อัตราการดูดซึมน้ำ และสภาพการนำความร้อน ที่อายุ 7 และ 28 วัน ผลการศึกษาพบว่า การใช้เถ้าลอยแทนที่ปูนซีเมนต์ส่งผลให้กำลังอัดสูงขึ้น แต่เมื่อแทนที่ดินแดงด้วยชานอ้อยส่งผลให้กำลังอัดลดลง ในขณะที่การใช้เถ้าลอยและชานอ้อยในอิฐบล็อกประสาน ส่งผลให้ค่าความหนาแน่น สภาพการนำความร้อนลดลง และการดูดซึมน้ำเพิ่มมากขึ้น เมื่อพิจารณาผลกระทบของเถ้าลอยต่อกำลังอัด พบว่า ส่งผลให้ค่ากำลังอัดที่การแทนที่ ร้อยละ 10, 20, และ 30 สูงกว่า อิฐบล็อกประสานควบคุม ยกเว้น การแทนที่ในอัตราส่วนร้อยละ 40 ส่งผลให้มีค่ากำลังอัดน้อยกว่าอิฐบล็อกประสานควบคุม โดยปริมาณการแทนที่เถ้าลอยและชานอ้อยที่เหมาะสมสำหรับการผลิตอิฐบล็อกประสานในงานวิจัยครั้งนี้ คือ เถ้าลอยร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก และชานอ้อยร้อยละ 10 โดยปริมาตร ซึ่งมีกำลังรับแรงอัดสูงสุดที่อายุ 28 วัน 336 กก./ตร.ซม. ซึ่งผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน 602-2547 จัดเป็นบล็อกประสานชนิดรับน้ำหนัก คำสำคัญ: อิฐบล็อกประสาน เถ้าลอย ชานอ้อย ค่าสภาพการนำความร้อน