อัตราความชุกการแพ้ถุงมือยางและลักษณะถุงมือยางที่พึงประสงค์ในบุคลากรทางทันตกรรม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความซุกของการมีปฏิกิริยาภูมิแพ้ทางผิวหนังจากการสัมผัสถุงมือยางและแผ่นยางกันน้ำลาย และศึกษาคุณสมบัติที่ที่พึ่งประสงค์ของถุงมือย่างและแผ่นยางกันน้ำลายในกลุ่มบุคลากรทางทันตกรรม กลุ่มตัวอย่างเป็นทันตบุคลากรที่ปฏิบัติงานประเทศไทย จำนวน 352 คน ตอบแบบสอบถามแบบกรอกเอง ผลการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (79.0%) มีสัดส่วนของทันตแพทย์เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข ผู้ช่วยทันตแพทย์ และนักศึกษาทันตแพทย์เป็นร้อยละ 47.2, 22.2, 9.4 และ 9.1 ตามลำดับ มีผู้ที่ใช้ถุงมือยางทุกวัน ร้อยละ 46.0 ความซุกของการแพ้ถุงมือยาง คือ ร้อยละ 17.3 อาการแพ้ทีพบมีสัดส่วนของการคันเป็นผืนบวมแดง ไอจาม คันที่ตา และหอบหายใจลำบากเป็นร้อยละ 85.2, 41.0. 24.6. 23.0 และ 3.3 ตามลำดับ การจัดการเพื่อแก้ปัญหาแพ้ถุงมือยางพบว่าร้อยละ 59.0 ปล่อยให้หายเอง ร้อยละ 52.5 ทายาลดอาการแพ้ที่บริเวณที่มีอาการ และร้อยละ 26.2 ทานยาเพื่อลดอาการแพ้ ประวัติการแพ้อาหาร แพ้อากาศ แพ้ฝุ่นละอองฝอย และแพ้สารเคมี เช่น สบู่ ผงชักฟอกมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับ การแพ้ถุงมือยาง อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 12 คนที่ทดสอบยืนยันการแพ้ทางผิวหนังด้วยวิธีสะกิดหนังกำพร้า พบว่าไม่มีผู้ที่แสดงอาการแพ้ถุงมือยาง โดยพบเพียง 1 คน ที่ปรากฏอาการแพ้แผ่นยางกันน้ำลายลักษณะและคุณสมบัติของถุงมือย่างที่ทันตบคลากรให้ความสำคัญอันดับ 1 คือ ด้านการรัวซึม (ร้อยละ 55.1) อันดับสองคือ การฉีกขาด(ร้อยละ 48.6) และอันดับสามคือความหนาของถุงมือยาง (ร้อยละ 32.1) โดยปัญหาที่รายงานว่าพบบ่อยในการใช้ถุงมือยางของทันตบุคลากรคือ การปนเปื้อนขณะนำออกมาใช้ (ร้อยละ 58.8) บางเกินไปและฉีกขาดบริเวณข้อมือขณะสวมใส่ (ร้อยละ 49.7) มีการเปลี่ยนสีของถุงมือขณะใช้งาน (ร้อยละ 42.3)และมีการรั่วซึม ฉีกขาดก่อนนำมาใช้ถึงร้อยละ 20.2 ขณะที่ลักษณะและคุณสมบัติของแผ่นยางกันน้ำลายที่พึ่งประสงค์ของที่ทันตบุคลากรให้ความ สำคัญอันดับ 1 คือ ไม่ฉีกขาดขณะทำหัตถการ (ร้อยละ 46.9) หรือขณะใส่สามารถยึดกับ frame ได้ง่าย (ร้อยละ 43.4) ไม่ลดดความชัดเจนของภาพรังสี (ร้อยละ 40.0) และสีของแผ่นยางไม่รบกวนการมองเห็นขณะทำหัตถการ (ร้อยละ 38.3) จึงควรมีการพัฒนาคุณภาพของถุงมือยางและแผ่นยางกันน้ำลาย เพื่อลดปัญหาอันไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น