การจัดทำฐานข้อมูลตำรายาที่มีกัญชาเปนส่วนประกอบ ในเอกสารโบราณตำรายาภาคใต้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รายงานนี้เป็นรายงานผลการวิจัยในหัวข้อ ‘การจัดทำฐานข้อมูลตำรายาที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบในเอกสาร โบราณตำรายาภาคใต้ (The Creation of the Database of Cannabis-Based Medicine in Ancient Documents in the Southern Part of Thailand)’ วัตถุประสงค์หลักของโครงการวิจัยนี้คือเพื่อรวบรวมตำรายาที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ สูตรขึ้นไปจากสามจังหวัดในภาคใต้ คือ จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช วิธีการ วิจัยที่ใช้เป็นวิธีวิจัยเชิงคุณภาพหรือเป็นการวิจัยเอกสาร โดยนักวิจัยลงสำรวจพื้นที่ใน ๓ จังหวัด คัดเลือกสถานที่จังหวัดละ ๑๐ แห่งเพื่อค้นหาตำรายาที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ แหล่งข้อมูลที่ไปสำรวจหลักๆ คือ วัด ห้องสมุดชุมชน และบ้านเอกชนที่ เก็บตำราไว้ หลังจากรวบรวมเอกสารแล้ว ก็จะดำเนินการปริวรรต จากนั้นก็ศึกษาและวิเคราะห์เนื้อหาที่ปริวรรตจากเอกสาร โบราณแล้วเพื่อค้นหาชุดข้อมูล ‘ตำรับยาพื้นบ้านภาคใต้ที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ’ เมื่อขั้นตอนนี้สำเร็จแล้ว ก็จะวิเคราะห์ ข้อมูลเนื้อหาในตำรับยาที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ ศึกษาข้อมูลและเรียบเรียงเนื้อหาโดยวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มโรค อาการของ โรค และตำรับยาที่ใช้รักษา ผลวิจัยสรุปว่า ๑. นักวิจัยได้พบสูตรยาที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบจำนวน ๑๐๕ สูตรตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ๒. เอกสารโบราณ เหล่านี้มีภาษาท้องถิ่นใต้ปะปนอยู่ด้วย ๓. มีเอกสารโบราณอีกมากที่ยังไม่ได้จัดเก็บอย่างเหมาะสม เมื่อกาลเวลาผ่านไป มีความ สุ่มเสี่ยงที่เอกสารโบราณเหล่านี้จะเสียหาย สูญหาย หรือถูกทำลายไป หากราชการไม่รีบดำเนินการจัดทำโครงการอนุรักษ์และ ถ่ายภาพเอกสารโบราณเหล่านี้ไว้ด้วยไฟล์ดิจิทัล นักวิจัยเสนอแนะว่า โครงการวิจัยประเภทเดียวกันนี้ควรจะมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาตำรับยาอื่นๆ จะได้นำสูตรยาสมุนไพรต่างๆ เหล่านี้มาเก็บบันทึกเอาไว้และใช้ให้เกิดประโยชน์แก่คนไทยและ ชาวโลกได้กว้างขวางยิ่งขึ้น