การผลิตมาร์การีนจากน้ำมันพืชที่ปราศจากไขมันทรานส์ด้วยเทคโนโลยีไมโครเวฟพลาสมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนในน้ำมันปาล์มสเตียริน น้ำมันปาล์มโอเลอิน และน้ำมันถั่วเหลือง ศึกษาการเติมไฮโดรเจนอย่างสมบูรณ์ในน้ำมันปาล์มสเตียริน โดยใช้เทคโนโลยีไมโครเวฟพลาสมาที่อุณหภูมิและความดันต่ำ และศึกษาการผลิตมาร์การีนโดยใช้น้ำมันปาล์มสเตียรินที่ผ่านการเติมไฮโดรเจนอย่างสมบูรณ์เป็นวัตถุดิบหลัก สำหรับการศึกษากระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนในน้ำมันปาล์มสเตียริน น้ำมันปาล์มโอเลอิน และน้ำมันถั่วเหลือง จากผลการศึกษาพารามิเตอร์ที่เหมาะสมที่สุด คือ กำลังไมโครเวฟ 500 วัตต์, อัตราการไหลของก๊าซไฮโดรเจน 4 ลิตรต่อนาทีและไม่ใช้แรงดันไฟฟ้าขั้วลบ สำหรับน้ำมันปาล์มสเตียรินปริมาตร 1,000 มิลลิลิตร ดำเนินปฏิกิริยาเป็นเวลา 10 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 55 ?C ในขณะที่น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มโอเลอินปริมาตร 750 มิลลิลิตร ดำเนินปฏิกิริยาเป็นเวลา 16 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิสิ่งแวดล้อม (30 ?C) ซึ่งทำให้น้ำมันทั้งหมดมีความอิ่มตัวมากขึ้น บ่งชี้จากค่าไอโอดีนที่ลดลง การพัฒนาผลิตภัณฑ์มาร์การีนจากน้ำมันปาล์มที่ผ่านเติมไฮโดรเจนแบบสมบูรณ์ พบว่า การผลิตด้วยวิธี Magnetic stirrer และแช่เย็นแบบ slow freeze เป็นปัจจัยที่ดีที่สุดที่ทำให้ได้มาร์การีนที่มีเนื้อสัมผัสอ่อนนุ่มดีที่สุดและมีน้ำส่วนเกินน้อยที่สุด เมื่อทำการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่ามาร์การีนที่ผลิตขึ้นมีคะแนนความชอบน้อยกว่ามาร์การีนอ้างอิง การวิเคราะห์คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ได้หลังการเติมไฮโดรเจนบางส่วนในน้ำมันพืชทุกชนิด พบว่าองค์ประกอบกรดไขมันหลังการเติมไฮโดรเจนบางส่วนมีกรดไขมันอิ่มตัวมากขึ้น และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวน้อยลง อย่างไรก็ตามพบว่ายังคงมีกรดไขมันทรานส์เกิดขึ้นในทุกๆผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ค่าความแข็งของผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดคือ น้ำมันปาล์มสเตียรินที่เติมไฮโดรเจนบางส่วนและผลิตภัณฑ์มาร์การีนจากการ Blending เทียบกับมาร์การีนอ้างอิงยี่ห้อ Blue band พบว่ามีค่าความแข็งใกล้เคียงกับมาร์การีนอ้างอิง การวิเคราะห์ความสามารถในการคงตัวของผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดนั้นพบว่ามีความสามารถในการคงตัวที่อุณหภูมิสูงได้ดี การวิเคราะห์คุณสมบัติทางด้านเคมีของผลิตภัณฑ์ต่างๆ พบว่า ทั้งค่ากรดและค่าเพอร์ออกไซด์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด สำหรับต้นทุนการผลิต หากพิจารณาเฉพาะสารตั้งต้นที่เป็นน้ำมัน ไม่รวมสารเติมแต่งอื่นๆ พบว่าการผลิตด้วยกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอย่างสมบูรณ์ด้วยเครื่องปฏิกรณ์ไมโครเวฟพลาสมามีต้นทุนการผลิตสูงกว่าการผลิตในระดับอุตสาหกรรม 2 และ 8.15 เท่า ตามลำดับ โดยต้นทุนส่วนใหญ่มาจากค่าไฟฟ้าเพื่อกำเนิดไมโครเวฟพลาสมา อย่างไรก็ตามสามารถปรับปรุงระบบให้มีต้นทุนต่ำลงได้โดยการใช้แหล่งกำเนิดไมโครเวฟพลาสมาที่มีประสิทธิภาพพลังงานดีขึ้น การใช้ก๊าซไฮโดรเจนที่มีความบริสุทธิ์ต่ำลง รวมถึงการปรับปรุงอัตราการเกิดปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนให้เร็วขึ้น เพื่อลดพลังงานไฟฟ้าที่ใช้