กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสำรวจการสะพรั่งของสาหร่ายทะเลบริเวณอ่าวสะพานหิน ในจังหวัดภูเก็ต โดยการใช้ระบบหุ่นยนต์อากาศขนาดเล็กในการบินสำรวจร่วมกับการศึกษาในภาคสนามซึ่งประกอบด้วย คุณภาพน้ำ ร้อยละของการปกคลุมพื้นที่ มวลชีวภาพของสาหร่าย และแนวทางสำหรับการนำสาหร่ายไปใช้ประโยชน์ ระยะเวลาในการศึกษาวิจัยทั้งสิ้น 12 เดือน โดยทำการเก็บตัวอย่าง 4 ครั้ง เป็นตัวแทนแต่ละฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน (มกราคม) ก่อนฝน (เมษายน) ฤดูฝน (กรกฎาคม) และหลังฝน (ตุลาคม) ผลการศึกษาการปกคลุมพื้นที่ของสาหร่ายจากการบินสำรวจด้วยระบบหุ่นยนต์อากาศขนาดเล็กพบสูงสุดในเดือนตุลาคม พบสาหร่ายที่ยึดเกาะมีพื้นที่ 14,678.95 ตารางเมตร (2.99 %) และสาหร่ายก้อน (สาหร่ายที่หลุดลอย) มีพื้นที่ 1,552.02 ตารางเมตร (0.32 %) จากพื้นที่ทั้งหมด 491,062.41 ตารางเมตร ซึ่งพบ G. tenuistipitata มากที่สุด มีเฉลี่ยร้อยละการปกคลุมพื้นที่เท่ากับ 28% (5,055.56 cm?) รองลงมาคือเดือนเมษายน มีพื้นที่ 9,164.26 ตารางเมตร (1.87%) และสาหร่ายก้อนมีพื้นที่ 310.54 ตารางเมตร (0.06%) พบ Gracilaria sp.1 มีร้อยละการปกคลุมของพื้นที่สูงสุดที่ 23% (5,411.11 cm?) เดือนกรกฎาคม พื้นที่ 6,462.12 ตารางเมตร (1.32 %) และสาหร่ายก้อน 903.28 ตารางเมตร (0.18 %) พบมีร้อยละการปกคลุมพื้นที่ของ Cladophora sp. สูงสุดที่ 46% (6,144.44 cm?) และเดือนมกราคม มีพื้นที่ 897.96 ตารางเมตร (0.18 %) ซึ่งไม่พบสาหร่ายก้อน พบมีร้อยละการปกคลุมพื้นที่ของ G. tenuistipitata สูงสุดที่ 22% (400 cm?) ตามลำดับ โดยพบสาหร่ายทะเล 2 ดิวิชั่น คือ Chlorophyta และRhodophyta จำนวน 10 ชนิด ประกอบด้วย Caulerpa sertularioides, Cladophora sp., Ulva reticulata , U. intestinalis, Gracilaria sp 1., G. tenuistipitata, Gracilaria sp.2 Hypnea cervicornis, Polysiphonia sp. และGayliella flaccida ค่าความเข้มข้นของแอมโมเนียไออน ไนเตรทไอออนและฟอสเฟตไอออน มีค่าสูงในเดือนเมษายนเท่ากับ 00.83 3.75 0.068 mg/l ตามลำดับ และพบไนเตรทไอออนสูงสุดในเดือนตุลาคมเท่ากับ 6.65 mg/l ผลของมวลชีวภาพของสาหร่ายพบว่าในเดือนเมษายน Gracilaria sp.1 มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (154.10 mg) เดือนกรกฎาคม C. sertularioides มีค่าสูงสุดที่ (2.55 mg) เดือนตุลาคม G. tenuistipitata มีค่าสูงสุดที่ (53.99 mg) และในเดือนมกราคม Gracilaria sp.2 มีค่าสูงสุดที่ เท่ากับ 1.06 mg การศึกษาสหสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพน้ำกับพื้นที่การปกคลุมของสาหร่าย และรูปแบบการกระจายทั้งหมดที่พบในพื้นที่อ่าวสะพานหิน พบว่าสาหร่ายจะมีอัตราการเจริญเติบโตสอดคล้องกับคุณภาพน้ำที่เห็นได้อย่างชัดเจน โดยระดับความเค็มของน้ำที่ลดลงส่งผลให้พื้นที่การปกคลุมของสาหร่ายลดลง และพบว่าสาหร่ายส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปริมาณสารอาหารในน้ำเช่นเดียวกันสรุปได้ว่าร้อยละการปกคลุมพื้นที่และมวลชีวภาพของสาหร่ายที่พบขึ้นอยู่กับปัจจัยสิ่งแวดล้อมและระยะเวลาการศึกษา และจากการนำสาหร่ายทะเล ในช่วงเดือนเมษายน ไปทำปุ๋ย 2 ชนิด คือ ปุ๋ยน้ำหมักและปุ๋ยหมักแบบแห้ง พบว่าปริมาณไนโตรเจน ปริมาณฟอสเฟต และปริมาณโพแทสเซียม ยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร ยกเว้นปุ๋ยหมักแบบแห้งที่มีโพแทสเซียมสูงกว่าเกณฑ์คือมีมากถึง 1.22% ดังนั้นแนวทางการนำสาหร่ายทะเลไปใช้อาจต้องศึกษาและพัฒนาต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
ระบบนิเวศชายฝั่งจะมีความสมดุลกลับมากมากขึ้น การส่งผลกระทบต่อระบบห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศชายฝั่งลดลง ชุมชนได้รับประโยชน์ที่งทางตรงและทางอ้อมในการนำทรัพยากรชายฝั่งมาอุปโภคและบริโภค ช่วยรักษา ฟื้นฟู และป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรชายฝั่ง
นักวิจัยในโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อม ทางด้านสาหร่ายวิทยา ระบบนิเวศชายฝั่ง รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ มีการปฎิบัติการทั้งในภาคสนามและ ในห้องปฎิบัติการ มีระดับความพร้อมของสถานที่ เพื่อใช้ในการดำเนินการโครงการวิจัย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
มีการเฝ้าระวัง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากกิจกรรมต่างๆ ของคนในชุมชน เพื่อให้ทรัพยากรชายฝั่งมีความอุดมสมบูรณ์ ปราศจากสิ่งปนเปื้อน ส่งผลต่อการดำรงชีพของคนในชุมชน และประมงพื้นบ้าน ร่วมทั้งผู้บริโภค และผู้ใช้บริการสวนสาธารณะะสะพานหินสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ เมื่อระบบนิเวศชายฝั่งสะอาดและสมดุลขึ้น
พื้นที่ชุมชนมีความพร้อมในการร่วมมือทางด้าน การดูแลรักษาทรัพยากร ที่พร้อมจะพัฒนาร่วมกับนักวิจัยของมหาวิทยาลัย และที่สำคัญการดำเนินการนี้จะช่วยส่งเสริมให้แหล่งทรัพยากรมีความสมดุล ให้คนในชุมชน และประมงพื้นบ้านได้ใช้ทรัพยากรชายฝั่งได้อย่างยั่งยืน