โครงการ การส่งเสริมความรู้ศาสนาต่อผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของมัสยิดและชุมชน กรณีศึกษา ต.ระแว้ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยเรื่อง การส่งเสริมความรู้ศาสนาต่อผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของมัสยิดและชุมชน กรณีศึกษา ต.ระแว้ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการด้านความรู้ศาสนาของผู้สูงอายุ 2. เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมความรู้ศาสนาต่อผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของมัสยิดและชุมชน 3.เพื่อศึกษาทดลองปฏิบัติการและสรุปความรู้ที่เกิดขึ้นจากการส่งเสริมความรู้ศาสนาต่อกลุ่มผู้สูงอายุ จากการวิจัยพบว่า 1.สภาพปัญหาของผู้สูงอายุในพื้นที่วิจัย คือ พื้นที่ชุมชนบ้านปูลาตะเยาะฆอ และพื้นที่ชุมชนมาปะ ตำบลระแว้ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มีความเหมือนกัน โดยในการจัดเวทีต่างๆทางกลุ่มสะท้อนปัญหาต่างๆ ซึ่งปัญหาดังกล่าวสามารถแบ่งเป็นปัญหา 3 ด้านสำคัญ โดยทั้งสามด้านนี้อิสลามถือว่ามีความสำคัญเกี่ยวข้องกัน คือ 1. ด้านอีหม่าน หมายถึงความศรัทธาแน่วแน่ 2. ด้านอิสลาม หมายถึงการปฏิบัติประกอบอีบาดัตตาม“หลักการอิสลาม” เป็นกระบวนการแสดงความภักดีต่ออัลลอฮฺด้านวาจาเละการกระทำ 3. อิฮซาน หมายถึง การสะสมความดีต่างๆที่ต้องประพฤติอยู่เสมอ จากผลการวิจัย พบว่า ปัญหาของผู้สูงอายุในพื้นที่วิจัยมีมากที่สุด คือ ปัญหาด้านอิสลาม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติประกอบอีบาดัตตาม“หลักการอิสลาม” ซึ่งเมื่อมีการจัดเวทีอบรมเรื่องศาสนาให้ผู้สูงอายุและเปิดให้มีการซักถามปัญหาข้อข้องใจ พบว่า นอกจากปัญหาการขาดความรู้ความตระหนักแล้ว “ความเป็น สว.” เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติตามหลักศาสนาของผู้สูงอายุอย่างมาก 2. ผู้สูงอายุต้องการ 2 เรื่องสำคัญ คือ 1.ต้องการความรู้เพื่อเพิ่มความศรัทธาที่แน่วแน่(อีหม่าน) การปฏิบัติตามหลักการอิสลาม(อิสลาม)และการเพิ่มความดี(อิฮซาน) 2.ต้องการด้านการจัดกิจกรรมในฐานะความเป็น “สว.” ได้ปฏิบัติได้ทั้งด้านการปฏิบัติตตามศาสนบัญญัติ การร่วมกิจกรรมชุมชนและการดูแลสุขภาพกายและใจ โดยการให้ความรู้จากคนในชุมชนและวิทยากรนอกพื้นที่ 3. แนวทางการส่งเสริมความรู้ศาสนาต่อผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของมัสยิดและชุมชน พบว่า ที่ผ่านมามัสยิดและชุมชนมีการดำเนินการหลายลักษณะ แต่มีความแตกต่างในบางกิจกรรมและจำนวนครั้งของการจัดกิจกรรม จำนวนผู้สอน ทำให้ผู้เรียนที่เป็นผู้สูงอายุมีโอกาสเรียนรู้ศาสนามีความแตกต่างกัน ส่วนสถานที่จัดการสอนมีทั้งใช้มัสยิด ตาดีกา สอนที่บ้านครูผู้สอน และการสอนเวียนตามบ้านผู้เรียน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ทางชุมชนมีการดำเนินการต่อเนื่อง ดังนั้น จึงได้แนวทางการส่งเสริมความรู้ศาสนาต่อผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของมัสยิดและชุมชน โดยสามารถดำเนินการใน 3 รูปแบบ คือ 1.การส่งเสริมความรู้แก่ผู้สูงอายุโดยการจัดการของมัสยิด 2.การส่งเสริมความรู้แก่ผู้สูงอายุโดยการจัดการของชุมชน และ3.ได้แนวทางการดำเนินการส่งเสริมความรู้แก่ผู้สูงอายุโดยการจัดการของครอบครัวในอนาคต ซึ่งการส่งเสริมความรู้แก่ผู้สูงอายุโดยการจัดการของครอบครัว ควรมีการวิจัยต่อยอดต่อไป คำสำคัญ: การส่งเสริมความรู้,ความรู้อิสลาม,ผู้สูงอายุ,การมีส่วนร่วม,มัสยิดกับชุมน,ระแว้ง,ปัตตานี