กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาการเตรียมกระถางต้นไม้โดยใช้ยางธรรมชาติเป็นตัวติดประสาน จากการเตรียมโดยใช้น้ำยางธรรมชาติเป็นตัวติดประสาน พบว่า เมื่อน้ำยางธรรมชาติผสมกับขี้เลื่อยจะทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนของขี้เลื่อย ทำให้ไม่สามารถอัดรูปเป็นกระถางในรูปแบบที่ต้องการ ดังนั้นกระบวนการขึ้นรูปกระถางต้นไม้จึงใช้วิธีการเตรียมโดยใช้ยางแห้ง คือ มีการผสมยางธรรมชาติ ขี้เลื่อย และสารวัลคาไนซ์ หรือสารเชื่อมขวางโมเลกุลยาง บนเครื่องผสมสองลูกกลิ้ง จากนั้นก็รีดยางผสมสารเคมีและขี้เลื่อยที่ปริมาณแตกต่างกันตั้งแต่ 75-200 ส่วนต่อยาง 100 ส่วนเป็นแผ่น ก่อนนำไปอัดขึ้นรูปที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เพื่อทดสอบความต้านทานต่อแรงดึง ความต้านทานต่อการฉีกขาด ความแข็ง และการบวมพองในน้ำ ซึ่งพบว่า ความต้านทานต่อแรงดึงและความต้านทานต่อการฉีกขาดจะลดลงตามปริมาณของขี้เลื่อยที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเนื้อยางที่ลดลงทำให้ความแข็งแรงของวัสดุที่เตรียมได้ลดลงตามไปด้วย ส่วนความแข็งและการบวมพองในน้ำจะเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณขี้เลื่อย เนื่องจากขี้เลื่อยมีลักษณะเป็นของแข็ง ส่งผลให้ความความแข็งเพิ่มขึ้นตามปริมาณขี้เลื่อย ส่วนการเพิ่มขึ้นของการบวมพองในน้ำเป็นผลมาจากขี้เลื่อยที่มีโครงสร้างเป็นเซลลูโลสทำให้ดูดน้ำได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามปริมาณการบวมพองน้ำยังอยู่ในระดับที่ต่ำแม้จะเติมขี้เลื่อยสูงถึง 200 ส่วนต่อยาง 100 ส่วน จึงสามารถใช้งานเป็นกระถางต้นไม้ได้ จากนั้นก่อนนำจึงนำยางที่เตรียมได้ไปตัดเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงกับรูปแบบกระถางที่ต้องการอัด เนื่องจากสูตรยางมีการใส่ขี้เลื่อยปริมาณสูงทำให้ไหลได้ยาก จึงต้องมีการตัดใกล้เคียงกับรูปแบบที่ต้องการมากที่สุด จะช่วยให้สามารถอัดขึ้นรูปได้ง่ายขึ้น หลังนั้นจึงนำไปอัดขึ้นรูปเป็นกระถางที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 15-20 นาที จะได้เป็นกระถางต้นไม้ที่มีมีสมบัติทนทานต่อการใช้งานได้ดี มีการบวมพองเล็กน้อยเมื่อเจอน้ำ ทนต่อการฉีกขาดได้ดี โดยยางธรรมชาติที่ผสมขี้เลื่อยตั้งแต่ 75-200 ส่วนต่อยาง 100 ส่วน สามารถอัดขึ้นรูปเป็นกระถางได้ แต่จะพบว่าที่ปริมาณขี้เลื่อยสูงกว่า 150 ส่วนจะทำให้กระถางที่เตรียมได้เกิดการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น เนื่องจากความแข็งแรงที่น้อยลงจากปริมาณยางที่เป็นตัวติดประสานที่ลดน้อยลง ในการนำไปถ่ายทอดสู่ชุมชนพบว่า ชุมชนที่เข้าร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ความสนใจการผลิตกระถางจากขี้เลื่อยผสมยางธรรมชาติ เนื่องจากกระถางที่ได้มีความแข็งแรงไม่แตกหักง่าย น้ำหนักไม่มาก ทำฝห้ใช้งานและเคลื่อนย้ายได้ง่าย รูปลักษณ์มีความสวยงามจากลักษณะของลวดลายขี้เลื่อยที่ผิวของกระถาง อย่างไรก็ตามก็ต่อยอดในเชิงพาณิชย์ของชุมชนอาจจะทำได้ยากในเบื้องต้น เนื่องจากต้องมีการลงทุนเครื่องมือขึ้นรูปที่มีราคาแพง แต่ถ้ามีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่มีเครื่องมืออยู่แล้ว หรือได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องก็สามารถนำไปขยายในเชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับที่แข็งขันกับกระถางจากวัสดุธรรมชาติที่มีในท้องตลาดได้ คำสำคัญ: ขี้เลื่อย กระถางต้นไม้ ยางธรรมชาติ การติดประสาน เศษวัสดุ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
ได้ต้นแบบชิ้นงานที่มีความใกล้เคียงกับสมบัติการใช้งานจริงของตัวผลิตภัณฑ์
มีการทดลองขึ้นรูปขี้เลื่อยผสมยาง เพื่อให้ได้สมบัติที่แตกต่างๆ ในระดับห้องปฏิบัติการ ซึ่งพบว่าวัสดุผสมระหว่างขี้เลื่อยกับยางสามารถขึ้นรูปได้และมีสมบัติที่เหมาะสมกับการขึ้รูปเป็นกระถางต้นไม้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
ตรวจสอบแนวทางการแก้ปัญหาในพื้นที่ต้นแบบที่กำหนดขึ้น โดยพิจารณาจากพื้นที่การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการนำองค์ความรู้ได้รับไปใช้ประโยชน์ต่อเพื่อสร้างผลกระทบและการพัฒนาต่อชุมชน
กำหนดปัญหา และเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน โดยวิเคราะห์จากโครงสร้างรายได้พื้นฐานของคนในชุมชนนั้นๆ