การวิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง (ปีที่ 3)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเครื่องมือทางดิจิทัลและสารสนเทศเพื่อยกระดับประสิทธิผลการ ปฏิบัติการฝนหลวงของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร การดำเนินงานวิจัยปีที่ 3 ประกอบด้วยสองโครงการ โครงการที่ 1: การจัดทำแผนที่ลำดับความสำคัญปฏิบัติการฝนหลวงด้วยการประเมินหลายแบบจำลองร่วมกัน งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาวิธีการประเมินหลายแบบจำลองร่วมกัน (multi-model ensemble evaluation) ซึ่งทำหน้าที่สร้างแผนที่แสดงลำดับความสำคัญของพื้นที่ปฏิบัติการฝนหลวงล่วงหน้ารายวัน วิธีการประกอบด้วย การพัฒนาแบบจำลองคอมพิวเตอร์สำหรับการจัดลำดับความสำคัญพื้นที่ปฏิบัติการฝน หลวง (Rainmaking Operation Priority [PRO]) จำนวน 5 วิธี (การโปรแกรมเชิงเส้นตรง, การวิเคราะห์ ตามลำดับชั้น [AHP], ตรรกศาสตร์แบบดั้งเดิม, ตรรกศาสตร์เชิงคลุมเครือ [fuzzy logic], ระบบอนุมานฟัซซี่ ฐานเครือข่ายประสาทเทียมแบบปรับได้ [ANFIS]) จากนั้น ประเมินผลลัพธ์จาก 5 วิธีร่วมกันโดยใช้การประเมิน แบบเสียงข้างมาก (majority voting) และแบบหาค่าเฉลี่ย (mean voting) ผลการวิเคราะห์เป็นแผนที่แสดง ลำดับความสำคัญของพื้นที่ปฏิบัติการฝนหลวง 3 ระดับ (พื้นที่ต้องการฝนหลวงมาก, ปานกลาง, น้อย) ผลงานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ช่วยให้สามารถจัดลำดับความสำคัญพื้นที่ ปฏิบัติการฝนหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แบบจำลองถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานเฉพาะ โดยเจ้าหน้าที่ การดำเนินงานต่อไปควรพัฒนากระบวนการ/เครื่องมือทวนสอบผลลัพธ์แบบจำลอง นำ แบบจำลองไปใช้ในงานจริง และ พัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้ให้สะดวกขึ้น โครงการที่ 2: การพัฒนาแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลเพื่อการรายงานข้อมูลย้อนกลับของการ ปฏิบัติการฝนหลวง งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลของอาสาสมัครฝนหลวง (อสฝล.) สำหรับใช้ในการรายงานข้อมูลย้อนกลับ (feedback) ของการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวัน โดยอาศัยแนวคิด การวิจัยในห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต (Living Lab) จากผลการวิจัยพบว่า ช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ของ อสฝล. มีแนวโน้มแคบลง ส่งผลให้ อสฝล. มีระดับการมีส่วนร่วมทางดิจิทัล (digital participation) ใน การรายงานข้อมูลย้อนกลับของการปฏิบัติการฝนหลวงสูง ปัจจัยที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลของ อสฝล. ประกอบด้วย ความกระตือรือร้นและความเสียสละของ อสฝล. การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและงบประมาณที่จำเป็นต่อการมีส่วนร่วมโดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร งานวิจัยนี้พัฒนาแพลตฟอร์มการมี ส่วนร่วมทางดิจิทัลบน LINE Official Account (Line OA) ชื่อ "Fonluang Checklang" ประกอบด้วย Bot ที่ ทำหน้าที่รับแจ้งข้อมูลปริมาณน้ำฝน เหตุการณ์ฝนตก และสภาพพื้นที่การเพาะปลูกพืช ผลการทดลองใช้ Fonluang Checklang พบว่า อสฝล. มีการยอมรับและนำไปใช้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจและการมีส่วน ร่วมของผู้ใช้ต่อการสร้างนวัตกรรมและการแบ่งปันความรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสำเร็จและ ความยั่งยืนของระบบในระยะยาว ผลลัพธ์ในภาพรวมจากแผนงานวิจัย ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลและการมีส่วนร่วมของประชาชนมี บทบาทสำคัญในการยกระดับการปฏิบัติการฝนหลวง