โครงการวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ เพื่อการบริหารจัดการสารฝนหลวง (ปี 2)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สารฝนหลวงถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญต่อการปฏิบัติการฝนหลวง การรักษาคุณภาพและคุณสมบัติของสารฝนหลวงจึงเป็นสิ่งสำคัญ โครงการวิจัยนี้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ โลจิสติกส์เพื่อการบริหารจัดการสารฝนหลวงตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดที่มีการใช้งานประกอบไปด้วยกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ได้แก่ 1.การพยากรณ์ปริมาณการใช้สารฝนหลวง 2.การวิจัยและพัฒนาการจัดเก็บและควบคุมคุณภาพสารฝนหลวง 3.การพัฒนากระบวนการบริหารจัดการคลังสารฝนหลวงการพยากรณ์ปริมาณความต้องการสารฝนหลวงรายเดือนและรายปี ของทั้ง 7 ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง พบว่าเทคนิคที่มีความถูกต้องที่สุด คือ เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องด้วยโครงข่ายประสาทเทียมแบบ LSTM ร่วมกับการนำคุณลักษณะอื่นที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพยากรณ์ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์ได้ดียิ่งขึ้นทั้งในกรณีการพยากรณ์รายเดือนและรายปี หรือการใช้วิธีการทางอนุกรมเวลาที่มีความสามารถในการตรวจจับองค์ประกอบของข้อมูล เช่น แนวโน้ม หรือ ฤดูกาล ให้ผลการพยากรณ์ที่ดีกว่าการใช้วิธีการเดิมที่คำนึงถึงข้อมูลในอดีตเพียงอย่างเดียวสำหรับการวิจัยการจัดเก็บและควบคุมคุณภาพสารฝนหลวงในคลังสาร ได้ทดลองศึกษาสภาวะการจัดเก็บและตรวจสอบสารฝนหลวงที่ใช้ปัจจุบันใน 2 พื้นที่ ได้แก่ คลังสาร ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลก และ จ.ระยอง ผลการตรวจสอบคุณภาพในระยะเวลา 15 เดือนพบว่าที่ศูนย์ จ.พิษณุโลก เกลือแป้งมีการจับตัวเป็นก้อนที่ระยะเวลาการจัดเก็บ 15 เดือน ในขณะที่ศูนย์ จ.ระยอง พบการจับตัวเป็นก้อนที่ระยะเวลาการจัดเก็บ 12 เดือน เนื่องจากว่าศูนย์ จ.ระยองมีความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่าศูนย์ จ.พิษณุโลก ในการจัดเรียงสารสามารถเรียงซ้อนกันได้ 20 ชั้น เนื่องจากในการศึกษาไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนชั้นกับการจับตัวเป็นก้อนของเกลือแป้ง ในส่วนของแคลเซียมคลอไรด์และแคลเซียมออกไซด์ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องการจับตัวเป็นก้อน แนะนำให้จัดเก็บไว้ไม่เกิน 2 ปีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ผลที่ได้จากวิจัยการจัดเก็บและควบคุมคุณภาพของสารฝนหลวง ได้ถูกนำมาเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการโลจิสติกส์สารฝนหลวงที่มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อสารฝนหลวง การจัดการสารฝนหลวงภายในคลัง การกระจายสารฝนหลวงระหว่างคลังจนถึงขั้นตอนการนำสารฝนหลวงไปใช้ปฏิบัติการฝนหลวง