Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2566

การพัฒนาศักยภาพของสารสกัดเคอร์คูมินในรูปแบบโคคริสตัลเพื่อเพิ่มการดูดซึมและจัดทำร่างคุณลักษณะเฉพาะของวัตถุดิบสำหรับนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์สุขภาพ

จุฑามาศ เจียรนัยกุลวานิช สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2566

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

เนื่องจากอัตราการขยายตัวของตลาดสมุนไพรโดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (nutraceuticals) และเวชสำลาง (cosmeceuticals) เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ดังนั้นการ พัฒนาการสกัดและการเพิ่มศักยภาพของสารสกัด รวมถึงการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัดภัณฑ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเพิ่มคุณภาพและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย ต่อผู้บริโภคอีกด้วย ทั้งนี้สารเคอร์คูมินอยด์ที่ได้จากขมิ้นชั้นเป็นสารที่มีศักยภาพในการพัฒนาไปเป็นสารออก ฤทธิ์ทางเภสัชกรรมสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noก-Communicable diseases หรือ NCDs) และโรคในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย และมีผล การศึกษาฤทธิ์ในหลอดทดลองจำนวนมาก อาทิฤทธิ์ด้านการอักเสบ (Peng et al, 2021) ฤทธิ์ด้านอนมูล อิสระ ต้านมะเร็ง (Aggarwal et al., 2013) ลตระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอัลไซเมอร์ ต้านข้ออักเสบ-ข้อเสื่อม และ ด้านโรคหลอดเลือดหัวใจ (Apparwal et al. 2009: Kotha et al. 2019) แม้ว่าสารเธอร์คมินมีคุณสมบัติ มากมายที่ส่งเสริมการป้องกันและรักษาโรคดังกล่าวแต่สารเคอร์คมินยังไม่สามารถพัฒนาไปเป็นยาได้ เนื่องจากคุณสมบัติบางประการที่ยังไม่เหมาะสม เช่น คุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์ และ ความคงสภาพของ สาร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษา ซึ่งปัญหาการละลายของสารเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่าง หนึ่งที่ส่งผลต่อคุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์ในเรื่องการดูดซึม รวมทั้งรูปแบบและปริมาณในการบริหารยา อีกด้วย (Goozee et al., 2016) ดังนั้นในงานวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาความสามารถในการเกิตโคคริสตัลของ สารเคอร์คูมินอยด์ร่วมกับสารอื่น เพื่อเพิ่มความสามารถในการออกฤทธิ์ต่อเป้าหมายต่างๆ เพิ่มการละละลาย เพิ่มการดูดซึม และ เพิ่มความคงตัว งานวิจัดนี้ได้สารมค์คู่ในผลอดโคครัสตัดจำนวม 4 สาร ใต้แก่ สาร Cบฤ MA-5E, Cor และและ Cur-Caf-SE ที่สังเคราะห์ได้จากสารโคฟอร์เมอร์ maleic acid (MA), Vanillic acid (VA) was Caffeine (Caf) ตามลำตับ จากวิธีการสังเคราะห์โตยการระเหยตัวทำละลาย และ สาร Cur-VA-E สังเคราะห์ได้จากสารโคฟอร์ เมอร์ Vanillic aid (VA) จากวิธีการสังเคราะห์โดยวิธีการบดผสมแบบอาศัยตัวทำละลายช่วย โดยสารเคอร์ค มินอยต์โคคริสตัลที่ได้มีค่าการละลายดีกว่าสารเคอร์คูมินอยต์เดี๋ยว 1.09-3.42 เท่า สามารถซึมผ่าลำไส้หมู ได้มากกว่าสารเคอร์คูมินอยต์เดี่ยว 1.5-2.5 เท่า แต่มีความคงสภาพไม่แตกต่างจากสารเคอร์คูมินอยด์เดี่ยว เมื่อทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่าสารเคอร์คูมินอยด์โคคริสตัลมีฤทธิ์สอดดต้องกับฤทธิ์ของสารเคอร์คูมิ นอยต์เดี่ยว ยิ่งไปกว่านั้นพบว่าสารเตอร์คูมินอยต์โคคริสตัลบางชนิดมีฤทธิ์เพิ่มขึ้นกว่าสารเคอร์คูมินอยต์เดี่ยว แตกต่างกันไปในแต่ละการทตสอบ อาทิเช่น สารเคอร์คูมินอยด์โคคริสตัส Cur-VA-E มีฤทธิ์ด้านการอักเสบ สารเคอร์คูมินอยด์โคคริสตัส Cur-VA-E และ Cur-Caf-SE มีฤทธิ์ยังยั้งมะเร็งปากมดลูก และ สารโคคริสตัล Cur-MA-SE และ Cur-Caf-SE มีฤทธิ์ในการป้องกันสมอง ได้มากกว่าสารเคอร์คูมินอยต์เดี่ยว ในขณะที่สาร เคอร์คูมินอยด์โคคริสตัส Cur-VA-E มีฤทธิ์ไกล้เคียงกับสารเคอร์คูมินอยต์เดี่ยวในการยับยั้งการเกิดกระดูกพรุน จากกลไภการกระตุ้นกิจกรรมของเอนไซม์ alkaline phosphatase (ALP) และ uleทำการทศสอบความปลอดภัยในเชลล์ปกติของไตมนุษย์ (HEK293) พบว่าสาสารเคอร์คูมินอยต์โคคริสตัลที่สังเคราะทำได้ Cur-MA-SE, Cur- Caf-SE และ Cur-VA-E มีความปลอดภัยที่ความเข้มขันเท่ากับหรือต่ำกว่า 20 UM จากนั้นจึงคัดเลือกสารตันแบบเคอร์คูมินอยด์คาเฟอีนโคคริสตัล (Cur-Caf-SE) ในการจัดทำร่างคุณ ลักษณะเฉพาะของเคอร์คูมินอยด์โคคริสตัล โดยทำการสังเคราะห์สารดังกล่าวจากสารสกัดเคอร์คูมินอยต์ที่ สกัดได้จากขมิ้นชั้นแหล่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ExCur) ร่วมกับสารโคฟอร์เมอร์คาเฟอีน (Cal) ด้วยวิธีการ ระเหยตัวทำละลาย และทำการควบคุมคุณภาพของกระบวนการผลิดและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้โดประเมิน คุณสมบัติต่างๆ ได้แก่ ลักษณะภายนอก, การพิสูจน์เอกลักษณ์ (Identication ด้วย HPLC, FTIR, DSC, PXRD), การหาปริมาณเคอร์คูมินอยด์และคาเฟอ็น (% Content of curcuminoid and caffeine), การ ลขลาย (solubility) และ อัตราการละลาย (Dissolution) เพื่อนำมาจัดทำต้นแบบร่างคุณลักษณะเฉพาะของ เคอร์คูมินอยต์โคคริสตัล

คำสำคัญ

CurcuminAnticancerSolubilityเคอร์คูมินสารต้านมะเร็งการละลายCocrystalการดูดซึมAbsorptivityOsteoporosis preventionAntiinflamationNeuroprotectantโคคริสตัลสารต้านอักเสบสารปกป้องเซลล์ประสาทสารป้องกันกระดูกพรุน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาไคโตแซนจากวัตถุดิบภายในประเทศไทยเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง

ระพีพรรณ ฉลองสุข มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2552

การพัฒนาและการประยุกต์ใช้อนุพันธ์ไคโตแซนในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางโดยใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตของประเทศไทย

มานี เหลืองธนะอนันต์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2557

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสมุนไพรพื้นบ้าน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาสมุนไพรที่ใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องสำอางในเขตจังหวัดภาคกลาง สู่การแข่งขันเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน

อุดมเดชา พลเยี่ยม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2564

การพัฒนาระบบต้นแบบรับรองวัตถุดิบและสารสกัดสมุนไพรสู่เชิงพาณิชย์

วราวุธ เสริมสินสิริ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

ตำรับยาพื้นบ้านล้านนาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ปราโมทย์ ทิพย์ดวงตา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

การเพิ่มมูลค่ากากสมุนไพรไทยบางชนิดที่เป็นส่วนเหลือทิ้งจากกระบวนการสกัดโดยใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อสุขภาพ

วิชมณี ยืนยงพุทธกาล มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2561

คุณภาพเครื่องยาไทย จากงานวิจัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2551

การพัฒนาการปลูกสมุนไพรไทยตามมาตรฐานและเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรไทยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรรายย่อย

ดุสิต อธินุวัฒน์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

การศึกษาสารไฟโตเคมีคอล ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ก่อสิว และความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังจากสารสกัดพลูคาว

ทินกร เถียรสูงเนิน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2565

การวิเคราะห์และประเมินมูลค่าทางการตลาดของผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ.2560-2564

อัทธ์ พิศาลวานิช สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563