Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การศึกษาการเพาะเลี้ยงปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่

ประสาน พรโสภิณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่ (Rhinogobius chiengmaiensis Fowler, 1934) จัดเป็นปลาบู่ในสกุล Rhinogobius ที่พบกระจายพันธุ์บริเวณแม่น้ำปิงตอนบน นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในบัญชีแดงของ IUCN เนื่องจากการถูกรบกวนและทำลายพื้นที่สืบพันธุ์วางไข่ของปลา จากปัญหาดังกล่าวศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเชียงใหม่จึงได้ศึกษาชีววิทยาการสืบพันธุ์บางประการ สัดส่วนเพศที่เหมาะสมในการเพาะพันธุ์ พัฒนาการของคัพภะและลูกปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่วัยอ่อน รวมไปถึงชนิดและรูปแบบการให้อาหารที่เหมาะสมในการอนุบาลลูกปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่ ดังนี้ การศึกษาชีววิทยาการสืบพันธุ์บางประการของปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่ โดยได้สำรวจและการรวบรวมพันธุ์ปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่ในแม่น้ำปิง บ้านทับเดื่อ ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 12 ครั้ง ระหว่างเดือนมิถุนายน ปี 2565 – มีนาคม ปี 2566 พบปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่จำนวน 193 ตัว มีความยาวเฉลี่ย 3.485?0.444 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 0.537?0.213 กรัม สัดส่วนเพศผู้ต่อเพศเมียในธรรมชาติ 1 : 1.57 ฤดูกาลสืบพันธุ์วางไข่อยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ สามารถแยกเพศโดยใช้ลักษณะสัณฐานของหัวและช่องเพศ ปลาเพศผู้มีหัวและปากที่ใหญ่กว่าปลาเพศเมีย โดยปลาเพศผู้และเพศเมียมีสัดส่วนความกว้างหัวต่อความยาวมาตรฐานอยู่ในช่วง 19 - 25 และ 10 - 14 เปอร์เซ็นต์ ความกว้างปากต่อความยาวหัวอยู่ระหว่าง 39 – 62 และ 28 – 37 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เพศผู้มีติ่งเพศลักษณะยาวเรียว ส่วนเพศเมียมีลักษณะทรงกลม ปลาเพศเมียมีความดกไข่เฉลี่ย 84.2?43.9 ฟองต่อตัว (133.44 ฟองต่อกรัม) ค่าดัชนีความสมบูรณ์เพศ (gonadosomatic index; GSI) ของปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่เพศผู้และเพศเมียมีค่าระหว่าง 0.067 - 1.029 และ 0.89 - 26.73 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ คุณภาพน้ำในแหล่งรวบรวม พบว่า มีอุณหภูมิน้ำอยู่ในช่วง 21.3 – 28.5 องศาเซลเซียส ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ 6.6 – 8.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 7.0 – 8.7 ความเป็นด่างอยู่ระหว่าง 144 – 192 มิลลิกรัมต่อลิตรของแคลเซียมคาร์บอเนต ความกระด้าง 96 – 218 มิลลิกรัมต่อลิตรของแคลเซียมคาร์บอเนต และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์อิสระอยู่ในช่วง 0 – 15 มิลลิกรัมต่อลิตร การศึกษาการเพาะพันธุ์ พัฒนาการคัพภะและลูกปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่วัยอ่อน โดยศึกษาสัดส่วนเพศที่เหมาะสมในการเพาะพันธุ์ปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่ แบ่งเป็น 3 ชุดการทดลองตามสัดส่วนเพศผู้ต่อเพศเมีย 1:1, 1:2 และ 1:3 ในตู้กระจกขนาด 45 x 30 x 45 เซนติเมตร ปริมาตรน้ำ 60 ลิตร ใช้ระบบน้ำหมุนเวียน ให้ไรแดงมีชีวิตเป็นอาหารวันละ 1 ครั้ง ทดลองระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เมื่อสิ้นสุดการทดลอง พบว่า อัตราแม่ปลาวางไข่เฉลี่ย 66.67?47.14, 100.00?0.000 และ 66.67?47.14 เปอร์เซ็นต์ อัตราปฏิสนธิเฉลี่ย 86.09?7.16, 94.41?0.68 และ 87.70?5.18 เปอร์เซ็นต์ มีอัตราการฟักเฉลี่ย 67.76?26.68, 23.68?21.29 และ 61.35?12.65 เปอร์เซ็นต์ อัตรารอดจนถึงระยะถุงไข่แดงยุบเฉลี่ย 0.00?0.0, 2.39?3.38 และ 13.33?12.47 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยลูกปลาในชุดการทดลองที่ 2 มีความถี่ในการวางไข่และจำนวนไข่มากที่สุดตลอดการทดลอง เมื่อวิเคราะห์ผลทางสถิติพบว่า อัตราแม่ปลาวางไข่ อัตราการปฏิสนธิของไข่ อัตราการฟักไข่ และอัตรารอดจนถึงระยะถุงไข่แดงยุบ ไม่มีความแตกต่างกันทางนัยสำคัญทางสถิติระหว่างชุดการทดลอง (p>0.05) ไข่ปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่มีลักษณะไข่จมติดกับวัสดุ รูปทรงกระสวย มีขนาดด้านยาว 0.87 มิลลิเมตร ด้านกว้าง 0.30 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางนิวเคลียส 0.30 มิลลิเมตร มีระยะเวลาการฟัก 125 ชั่วโมง 28 นาที ที่ช่วงอุณหภูมิน้ำ 25 – 28 องศาเซลเซียส พัฒนาการลูกปลาวัยอ่อนที่อุณหภูมิน้ำ 26 – 30 องศาเซลเซียส ถุงไข่แดงยุบที่อายุ 7 วัน เข้าสู่ระยะลูกปลาคล้ายตัวเต็มวัยเมื่ออายุ 54 วัน การศึกษาชนิดและรูปแบบการให้อาหารที่เหมาะสมในการอนุบาลลูกปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่ โดยอนุบาลลูกปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่อายุ 5 วัน น้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 4.8?1.405 มิลลิกรัม จำนวน 45 ตัวต่อชุดการทดลอง ในตู้ทดลองขนาด 25.4 ? 12.7 ? 12.7 เซนติเมตร เติมน้ำปริมาตร 2.58 ลิตร เป็นระยะเวลา 51 วัน จนลูกปลาเข้าสู่ระยะลูกปลาคล้ายตัวเต็มวัย ในช่วงอุณหภูมิน้ำ 18 - 23.8 องศาเซลเซียส ชุดการทดลองที่ 1 อนุบาลลูกปลาด้วยอาร์ทีเมียแรกฟักในช่วงระยะเวลา 0 - 20 วัน จากนั้นอนุบาลต่อด้วยไรแดงขนาดเล็กในช่วงระยะเวลา 12 - 28 วัน อนุบาลด้วยไรแดงขนาดปกติในช่วงเวลา 25 – 42 วัน และอนุบาลด้วยลูกปลาตะเพียนแรกฟักในช่วงระยะเวลา 30 – 51 วัน ชุดการทดลองที่ 2 อนุบาลลูกปลาด้วยไรแดงขนาดเล็กในระยะเวลา 0 - 28 วัน จากนั้นอนุบาลด้วยไรแดงขนาดปกติในช่วงเวลา 25 – 42 วัน และอนุบาลด้วยลูกปลาตะเพียนแรกฟักในช่วงระยะเวลา 30 – 51 วัน ชุดการทดลองที่ 3 อนุบาลลูกปลาด้วยไข่แดงต้มสุกในช่วงระยะเวลา 0 – 20 วัน และอนุบาลด้วยอาหารสำเร็จรูป เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ลูกปลาในแต่ละชุดการทดลองมีอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะต่อวันเฉลี่ย 2.731?0.226, 3.137?0.113 และ 0.00?0.00 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน มีอัตรารอดเฉลี่ย 48.9?8.31, 24.4?12.57 และ 0.00?0.00 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวิเคราะห์ผลทางสถิติพบว่า อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะต่อวันและอัตรารอด แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างชุดการทดลอง (p<0.05)

คำสำคัญ

NursingBreedingการอนุบาลReproductive biologyการเพาะพันธุ์ชีววิทยาการสืบพันธุ์Embryo Developmentการพัฒนาคัพภะและลูกปลาวัยอ่อน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ชีววิทยาการสืบพันธุ์ของปลาตาหวานจุด (Priacanthus tayenus Richardson, 1846) ในอ่าวไทย

นางพัชรี พันธุเล่ง กรมประมง พ.ศ. 2551

ผลของความหนาแน่นต่อการเจริญเติบโตของปลาซิวหางแดง

นิพนธ์ จันทร์ประทัด กรมประมง พ.ศ. 2551

ชีววิทยาการเพาะขยายพันธุ์และอนุบาลลูกปลาไหลนา

ธำรงค์ อมรสกุล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2556

การอนุบาลลูกปลากดหลวง

สมพร กันธิยะวงค์ กรมประมง พ.ศ. 2562

ชีววิทยาการสืบพันธุ์ของปลาปากคมหางจุด Saurida undosquamis (Richardson, 1848) ในอ่าวไทย

สมชาย วิบุญพันธ์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนล่าง พ.ศ. 2554

ความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลาดุกลำพันโดยใช้เทคนิคอาร์เอพีดี

แจ่มจันทร์ เพชรศิริ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2552

การศึกษานิเวศวิทยาของปลากดเกราะในคลองประเวศบุรีรมย์เขตลาดกระบัง กรุงเทพ

กนก เลิศพานิช สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2554

ชีววิทยาการสืบพันธุ์ของปลาหลังเขียว [Sardinella gibbosa [Bleeker, 1849]] ในอ่าวไทย

นพรัตน์ นาสุชล ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนกลาง พ.ศ. 2553

ความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลากดเหลือง Mystus nemurus (C and V) ในเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร

สมศักดิ์ ระยัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2559

ชีววิทยาการสืบพันธุ์ของปลากระบอกดำ (Liza subviridis) บริเวณอ่าวนครศรีธรรมราช

ธเนศ ศรีถกล ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนล่าง (สงขลา) กรมประมง พ.ศ. 2554