ความสัมพันธ์ของการประเมินคุณค่าทรัพยากรสัตว์น้ำ กับเศรษฐกิจฐานรากบริเวณชายฝั่งชุมชนบ้านบางสะเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การประเมินทรัพยากรปลากระบอก Liza subvirdis (Valenciennes, 1836) และปูทะเล Scylla olivacea และคุณค่าทางเศรษฐกิจ บริเวณชุมชนชายฝั่งทะเลบ้านบางสะเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัด จันทบุรี โดยรวบรวมข้อมูลตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551 ถึง เดือนกรกฎาคม 2552 ผลการศึกษาพบว่าปลาก ระบอกที่จับได้มีความยาวและน้ำหนักอยู่ในช่วง 13.1 - 24.0 เซนติเมตร และ 30.1 - 220.0 กรัม อัตราส่วนระหว่างเพศผู้ต่อเพศเมียเท่ากับ 1:0.83 ความสัมพันธ์ระหว่างความยาวและน้ำหนักของปลากระ บอกดังสมการ W = 0.0264L365 สำหรับปลากระบอกเพศเมียดังสมการ W = 0.0236L-7339 และปลา กระบอกเพศผู้ดังสมการ W = 0.03041269 ปลากระบอกเพศเมียที่มีการพัฒนารังไข่มากที่สุดจะมีความ ยาวอยู่ในช่วง 17. - 19.0 เชนติเมตร ปลากระบอกเพศเมียมีการพัฒนารังไข่ตลอดทั้งปี จะมีไข่มากสุด ในช่วงเตือนตุลาคม ความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของปลากระบอกที่มีการพัฒนารังไข่กับความดกไข่ได้ สมการความสัมพันธ์ F = 14.661L.23583 การประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจการจับปลากระบอก พบว่าชาว ประมงสามารถจับปลากระบอกไต้เฉลี่ยเตือนละ 95.44 กิโลกรัม คิดเป็นรายได้จากการจับปลากระบอก เฉลี่ยตลอดเดือนเท่ากับ 6,570 บาทต่อครัวเรือน ปูทะเลที่พบมีการกระจายความกว้างกระดองและน้ำหนักอยู่ในช่วง 6.1 - 15.0 เซนติเมตร และ 70.1 - 500.0 กรัม อัตราส่วนเพศผู้ต่อเพศเมียเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 1:0.835 ความกว้างกระดองกับน้ำหนัก ของปูทะเลทั้งหมดดังสมการ พ = 4.1566Cw20ม2 สำหรับปูทะเลเพศเมียดังสมการ W ช=3.9662Cw20228 และปูทะเลเพศผู้ดังสมการ w = 4.001 1Cw-02 ปูทะเลมีไข่มากที่สุดในช่วงเดือน กันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน การประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจการจับปูทะเล พบว่าชาวประมงสามารถจับ ปลากระบอกได้เฉลี่ยเดือนละ 137.56 กิโลกรัม คิดเป็นรายได้จากการจับปูทะเลเฉลี่ยตลอดเดือนเท่ากับ 23.314 บาทต่อครัวเรือน การรักษาระดับรายใด้จากการทำประมงพื้นบ้านต่อไปชุมชนต้องร่วมมือกันในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำธรรมชาติ สภาพแวดล้อมริมฝั่งแม่น้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมถึง ความร่วมมือในอนุรักษ์ปชายเลน ร่วมกันปลูกป่ชายเลน เพื่อให้การประมงพื้นบ้านของชุมชนบ้านบาง สะเก้ามีความยั่งยืนตลอดไป