กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การผลิตข้าวให้ได้ผลผลิตดีและมีคุณภาพสูง จำเป็นต้องใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพและมีศักยภาพในการงอกสูง แต่ขั้นตอนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวมักเกิดการสูญเสียและเสื่อมสภาพ การเข้าทำลายของแมลงศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อคุณภาพและปริมาณของเมล็ดพันธุ์ข้าวระหว่างการเก็บรักษา การควบคุมนิยมใช้สารเคมีทั้งการคลุกเมล็ดและการรม ก่อให้เกิดผลกระทบตามมา เช่น การสร้างความต้านทานต่อสารเคมีของแมลงและเกิดพิษต่อสิ่งมีชีวิตนอกเป้าหมาย การลดการใช้สารเคมีโดยนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น คลื่นความถี่วิทยุ สาร inert dust คลุกเมล็ด และก๊าซโอโซน มาประยุกต์ใช้ในการควบคุมศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค และถึงแม้ว่าสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงจะสร้างผลกระทบแต่หากใช้อย่างระมัดระวังและผสมผสานกับวิธีการจัดการอื่นๆ ก็จะทำให้การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายของเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ ซึ่งสารคลอไพริฟอสซึ่งนิยมนำมาคลุกเมล็ดพันธุ์เพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวได้ถูกยกเลิกให้ใช้แล้ว จึงจำเป็นต้องหาสารเคมีคลุกเมล็ดชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมกำจัด ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนวัตกรรมทางเลือกโดยใช้ความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุ, การคลุกเมล็ดด้วย Inert dusts และการรมก๊าซโอโซน เพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวและโรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ รวมทั้งศึกษาชนิดของสารเคมีคลุกเมล็ดที่มีประสิทธิภาพทดแทนสารคลอไพริฟอสในการจัดการแมลงศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวในโรงเก็บระหว่างการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยแผนงานการวิจัยและนวัตกรรมการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้ดำเนินการในปีนี้เป็นที่ 1 ดำเนินการทั้งสิ้น 4 โครงการ สรุปผลได้ดังนี้ 1. การใช้ความร้อนจากคลื่นความถี่ของคลื่นวิทยุที่ 42.28 MHz อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ระยะห่างของแผ่นโลหะ 5 เซนติเมตร และใช้ระยะเวลา 165 วินาที มีประสิทธิภาพในการควบคุมมอดข้าวเปลือก (Rhyzopertha dominica) และด้วงงวงข้าวโพด (Sithophilus zeamais) ได้ดีที่สุด โดยสามารถยับยั้งการเกิดของระยะไข่ หนอน และดักแด้ ของมอดข้าวเปลือกได้ เท่ากับ 93.60 96.01 และ 82.51 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และยังทำให้ตัวเต็มวัยของมอดข้าวเปลือกตาย 98.00 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกันก็สามารถยับยั้งการเกิดของระยะไข่ หนอน และดักแด้ ของด้วงงวงข้าวโพดได้ เท่ากับ 97.89 98.77 และ 99.43 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และยังทำให้ตัวเต็มวัยของด้วงงวงข้าวโพดตาย 99.25 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่นำไปผ่านความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุก็ไม่มีผลกระทบต่อความงอกและความมีชีวิตของเมล็ดพันธุ์ 2 การคลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วย Diatomaceous Earth (DE), Silica Aerogel และผงว่านน้ำ มีประสิทธิภาพในการควบคุมมอดข้าวเปลือกและด้วงงวงข้าวโพดเมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีไม่คลุกสาร โดยอัตราการคลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วย DE ที่เหมาะสมสามารถควบคุมระยะไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย เท่ากับ 0.5, 1.0, 1.0 และ 1.5 กรัม ตามลำดับ อัตราการคลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วย Silica Aerogel ที่เหมาะสม ได้แก่ 0.06, 0.12, 0.12 กรัม และ 0.18 กรัม ตามลำดับ ในขณะที่การใช้ผงว่านน้ำอัตรา 2 กรัม สามารถควบคุมทุกระยะของมอดข้าวเปลือกและด้วงงวงข้าวโพด และการคลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วย Diatomaceous Earth (DE), Silica Aerogel และผงว่านน้ำ ไม่มีผลต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์ 3. การคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดแมลง Pirimiphos-methyl 50% EC มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดมอดแป้ง (Tribolium castaneum) ได้ดีที่สุด โดยพบเปอร์เซ็นต์การตาย 98 และ 100 เปอร์เซ็นต์ หลังจากคลุกเมล็ด 24 และ48 ชั่วโมง ตามลำดับ นอกจากนี้การใช้สารป้องกันกำจัดแมลง Pirimiphos-methyl ตามอัตราแนะนำและมากกว่าอัตราแนะนำ 0.5 เท่า ทำให้มอดแป้งตาย 100 เปอร์เซ็นต์ หลังคลุกเมล็ด 48 ชั่วโมง 4. การรมเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยก๊าซโอโซนที่ความเข้มข้น 18.75 mg เป็นระยะเวลา 4 ชั่วโมง สามารถควบคุมด้วงงวงข้าวได้เมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีไม่รม โดยก๊าซโอโซนสามารถยับยั้งการเกิดของระยะดักแด้ได้ดีที่สุด เท่ากับ 36.22 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีผลต่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ในทางกลับกันการรมก๊าซโอโซนที่ความเข้มข้น 18.75 mg ไม่สามารถยับยั้งการเกิดเชื้อรา Aspergillus flavus และ Aspergillus niger ที่ติดมากับเมล็ดได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
ได้เครื่องให้ความร้อนด้วยคลื่นความถี่วิทยุที่มาพร้อมหลักการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพในการจัดการศัตรูข้าวในระหว่างการรักษาเมล็ดพันธุ์โดยไม่ใช้สารเคมี บางส่วนอาจไม่ใช่เครื่องมือใหม่แต่เมื่อนำหลักปฏิบัติที่ได้จากงานวิจัยทำให้เพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดการใช้สารเคมี ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง
กรมการข้าวมีองค์ความรู้ด้านชีววิทยาของแมลง และการจัดการแมลงศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยว และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมีองค์ความรู้และหลักวิชาการด้านเทคนิคการใช้ความร้อนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ แต่เนื่องจากเทคโนโลยีการใช้คลื่นความถี่วิทยุยังมีการนำมาใช้ในการจัดการแมลงศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์น้อยมาก จึงจำเป็นต้องมีการปรับองค์ความรู้ให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านเทคโนโลยีการใช้คลื่นความถี่วิทยุเข้ามาช่วยในการจัดการแมลงศัตรูหลังการเก็บเกี่ยว และโรคที่ติดมากับเมล็ด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์ซึ่งจะเสริมให้การปฏิบัติในการผลิตเมล็ดพันธุ์และการจัดการศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
สามารถนำเครื่องมือ และเทคโนโลยีพร้อมหลักปฏิบัติถ่ายทอดสู่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการจำหน่าย ผ่านโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ หรือศูนย์ข้าวชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกรอื่นๆ ซึ่งผลิตข้าวอินทรีย์ โดยสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ในการจัดการศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อรักษาผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และเกษตรกรเข้าถึงได้ง่าย เกิดการยอมรับแล้วนำไปปฏิบัติได้จริง
ปัจจุบันสังคมไทยเป็นสังคมที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น ผู้บริโภคส่วนใหญ่เน้นการรักษาสุขภาพ ทำให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าว และผู้ประกอบการจำหน่ายส่วนใหญ่หันมาผลิตข้าวปลอดภัยลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชมากขึ้น ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งต้องใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ในการทำการเพาะปลูก ซึ่งการจัดการศัตรูข้าวในระหว่างการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ก่อนถึงฤดูปลูกจึงไม่สามารถใช้สารเคมีในการปัองกันกำจัดได้ ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีที่ไม่ใช้สารเคมีจึงมีความสำคัญที่จะเข้ามาจัดการศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ได้คุณภาพและมีปริมาณผลผลิตที่สูงโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ปฎิบัติ ผู้บริโภค เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และไม่กระทบต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์