Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2566

บุพปัจจัยที่ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงพุทธในจังหวัดฉะเชิงเทรา

สหาย จำปาแก้ว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ การวิจัยเรื่อง บุพปัจจัยที่ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงพุทธในจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา พัฒนา และนำเสนอกระบวนการบุพปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ นำไปสู่แนวทางในพัฒนาบุพปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธในจังหวัดฉะเชิงเทราให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติและพระพุทธศาสนาสืบต่อไป เชิงปริมาณ กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือกลุ่มประชากรที่อยู่ใน ๖ พื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ ๑) วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ๒) วัดชมโพธยาราม ตำบลโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ๓) วัดสาวชะโงก ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า ๔) วัดแจ้ง ตำบลบางคล้า อำเภอบางคล้า ๕) วัดปากน้ำโจ้โล้ ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า และ (๖) วัดสาวชะโงก ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า จำนวน ๓๙๗ คน สำหรับเชิงคุณภาพ โดยสัมภาษณ์แบบเชิงลึก การสนทนากลุ่มและระดมความคิด กับพระสงฆ์ นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน ๘ รูป/คน ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ (Key-Informant) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และแบบสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ผลการศึกษาพบว่า ๑. ความคิดเห็นเกี่ยวกับบุพปัจจัยที่ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงพุทธในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( x = ๓.๙๓) และเมื่อแยกพิจารณาในรายด้าน พบว่า ด้านการสร้างอัตลักษณ์ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด (x= ๔.๐๑) รองลงมาคือ ด้านการสร้างนวัตกรรม (x= ๓.๙๕) และด้านการสร้างเครือข่าย ( x= ๓.๘๓) ตามลำดับ ๒. แนวทางในพัฒนาบุพปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธในจังหวัดฉะเชิงเทรา สรุปได้ดังนี้ ๑. ด้านการสร้างอัตลักษณ์ เป็นรูปแบบและกิจกรรมตามลักษณะเฉพาะของการจัดการของแต่ละวัดที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ ควรส่งเสริมการพัฒนาอัตลักษณ์ของวัดในรูปแบบที่หลากหลายอันส่งผลต่อการท่องเที่ยววัดในจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งทางสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ประวัติศาสตร์ กิจกรรม ประเพณี และสิ่งดึงดูดใจต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบและให้ความสนใจ ตลอดจนการมีรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาที่น่าแปลกใจ น่าสนใจ โดยมีการดึงเอกลักษณ์เด่นของวัดในหลายมิติให้เห็นประจักษ์ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดความต้องการเดินทางกลับมาเที่ยวซ้ำอีก เช่น การมีสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สะอาดและสงบ การให้ความสำคัญกับขั้นตอนการไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ การมีพุทธศิลปกรรมที่งดงาม การมีศูนย์เรียนรู้เชิงศาสนาและวัฒนธรรมเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชนท้องถิ่น การมีความพร้อมในด้านข้อมูลข่าวสาร สถานที่ กิจกรรมและบุคลากร เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยววัด เป็นต้น ๒. ด้านการสร้างเครือข่าย วัดส่วนใหญ่ไม่มีการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมเนื่องจากวัดมีงบประมาณน้อย ขาดบุคลากรที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ และการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องไม่ต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมของวัดส่วนใหญ่จะได้รับความร่วมมือจากส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุมชนในพื้นที่ เป็นต้น ทั้งนี้ หากมีหน่วยงานกลางช่วยสนับสนุนในด้านการให้ความรู้ ทำหน้าที่ในการประสานให้เกิดเครือข่ายโดยให้มีสมาชิกทั้งระดับชุมชน ระดับผู้ประกอบการ ระดับหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานเชื่อมโยงของแต่ละพื้นที่ให้มีความเป็นเอกภาพจะทำให้วัดมีเครือข่ายที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ๓. ด้านการสร้างนวัตกรรม กระบวนการที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ คือ การสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้ทันสมัยตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวและให้เกิดความพึงพอใจเพื่อการกลับมาเที่ยวซ้ำ ได้แก่ การจัดกระบวนการบริหารจัดการวัด การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ การปรับปรุงภูมิทัศน์ทั้งภายในและโดยรอบวัด การจัดสถานที่สำหรับกิจกรรมทางศาสนา เพิ่มการประชาสัมพันธ์ด้านข้อมูลข่าวสารโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การจัดทำคู่มือการท่องเที่ยววัด การสร้างแอพพลิเคชันแนะนำการเที่ยววัด การใช้สื่อออนไลน์ต่าง ๆ การสร้างเว็ปไซต์ เป็นต้น นอกจากนั้น การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok เฟสบุ๊ค การทำ Content ในรูปแบบคลิปการ์ตูนสั้นเพื่อนำเสนอตัวตนของวัดและชุมชนให้ประชาชนได้รับทราบและสามารถเข้าถึงได้ง่าย นับเป็นการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยววัดของจังหวัดได้อีกช่องทางหนึ่ง คำสำคัญ: บุพปัจจัยการท่องเที่ยว, การส่งเสริม, การพัฒนา, การท่องเที่ยวเชิงพุทธ,

คำสำคัญ

การส่งเสริมการท่องเที่ยวTourism PromotionBuddhist Tourismการท่องเที่ยวเชิงพุทธปัจจัยการพัฒนาdevelopment factors

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองพระชนกจักรีวัฒนธรรมวิถีพุทธ

ประคอง มาโต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2565

การท่องเที่ยวเชิงปฎิบัติธรรม : แนวทางพัฒนาและส่งเสริมมูลค่าวิชาการทางพุทธศาสนาเชิงสร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยสงฆ์

พระสันต์ทัศน์ สินสมบัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

การท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีพุทธ

ณัฐปภัสญ์ นวลสีทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2565

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่ออุปสงค์และอุปทานของการท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีม

สามารถ จับโจร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2562

แนวทางการอนุรักษ์ขนบดั้งเดิมของพระพุทธศาสนาเมื่อนำมาใช้ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

นิตินันท์ ศรีสุวรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2560

รายงานการวิจัยการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่ออุปสงค์และอุปทานของการท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

เปรมวิทย์ ท่อแก้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2559

การศึกษาวิเคราะห์กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงพุทธในล้านนา

เทพประวิณ จันทร์แรง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

นวัตกรรมข้อมูลกลางเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธในเมืองหลักของประเทศไทยในระดับนานาชาติ

พระมหาทวี ละลง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2565

รายงานการวิจัยการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธด้วยออนโทโลยี

ภัทรมน กล้าอาษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พ.ศ. 2560

ปัจจัยทางการตลาดที่มีผลต่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธในจังหวัดชัยภูมิ

อัญชลี ชัยศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2561