การศึกษาแหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานไฟฟ้าน้ำพอง ในชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการนี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับศักยภาพของชั้นหินและ พฤติกรรมการไหลของก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินคาร์บอเนตที่เป็นชั้นหินกักเก็บในที่ราบสูงโคราช สำหรับโรงไฟฟ้าน้ำพอง ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยหินคาร์บอเนตยุคเพอร์เมียนของหมวดหินผานกเค้า (PNK) ที่โผล่ตามผิวดินหรือเหมืองหินทางตะวันตกของที่ราบสูงโคราช ถูกนำมาศึกษาคุณสมบัติความเป็นชั้นหินกักเก็บใต้ผิวดิน ได้ทำการจำแนกหินคาร์บอเนตตัวอย่างออกเป็น หินปูนเนื้อโคลน หินปูนเนื้อเม็ด หินปูนที่มีรอยแตกและหินโดโลไมต์ นอกจากนี้ชั้นหินปีดกั้นจากหมวดหินห้วยหินลาด (HHL) ยังถูกนำมาศึกษาความสามารถในการเป็นชั้นหินปีดกั้นที่ดีในระหว่างการฉีดอัดก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างหิน น้ำเกลือสังเคราะห์ (เช่น NaC( และ CaCl2) และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถูกจัดทำขึ้นเพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางธรณีเคมีและกายภาพในตัวอย่างหิน เพื่อตรวจสอบความพรุนของตัวอย่างหินด้วย จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ลักษณะปรากฎของหินมีความหลากหลาย มีค่าความพรุนที่ดี แต่อาจมีค่าความพรุนประสิทธิผลต่ำ ไม่เหมาะกับการเป็นชั้นหินกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในส่วนของหินคาร์บอเนตที่เป็นชั้นหินกักเก็บที่ดีควรมีค่าความพรุนรวมใกล้เคียงกับค่าความพรุนประสิทธิผล เนื่องจากค่าความพรุนประสิทธิผลมีผลต่อการละลายของแร่องค์ประกอบในชั้นหินมาก รอยแตกในหินคาร์บอเนตสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพการเป็นชั้นหินกักเก็บได้ หินตะกอนที่ป็นชั้นหินปิดกั้นในแหล่งก๊าซธรรมชาติจากหมวดหินห้วยหินลาด พบว่าแร่ควอซต์สามารถถูกละลายได้จากสภาพแวดล้อมความเป็นกรดจากปฏิกิริยาหิน-น้ำ-ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนั้นหมวดหินห้วยหินลาดอาจไม่เหมาะกับการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การศึกษานี้ยังตรวจสอบตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการฉีดอัดโดยการแปลความหมายข้อมูลคลื่นไหวสะเทือนและข้อมูลหลุมเจาะ จากนั้นจึงสร้างแบบจำลองคุณสมบัติทางธรณีวิทยาสำหรับพื้นที่ศึกษาสำหรับการฉีดอัดก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์ ลงในหินคาร์บอเนตยุคเพอร์เมียนที่มีรอยแตกและหินโดโลไมต์ของกลุ่มหินสระบุรีซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บหลักที่พิสูจน์แล้วในปัจจุบัน ผลการวิ จัยพบว่าความดันของแหล่งกักเก็บยังคงต่ำกว่าความดันเริ่มต้นหลังจากฉีดอัดไปแล้ว 50 ปี และปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ฉีดอัดเข้าไปทั้งหมดคือ 9.5 เมกะตัน การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้แหล่งกักเก็บปิโตรเลียมที่หมดแล้วในประเทศไทยเพื่อกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เชิงธรณีวิทยา อย่างไรก็ตาม โครงสร้างทางธรณีวิทยาและตัวอย่างหินที่นำมาศึกษามีแนวโน้มเป็นโครงสร้างที่เหมาะสมต่อการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ แต่ควรปรับปรุงแบบจำลองทางธรณีวิทยาและเพิ่มความน่าเชื่อถือของตัวแปรคุณสมบัติที่ใส่ลงไปในแบบจำลอง คำสำคัญ การดักจับและกักเก็บคาร์บอน การกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชิงธรณีวิทยา หินปูน หินโดโลไมต์ ความพรุน ที่ราบสูงโคราช หินกักเก็บคาร์บอเนต แบบจำลองเชิงตัวเลข