โครงการวิจัยและพัฒนามะม่วงหิมพานต์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเปรียบเทียบพันธุ์มะม่วงหิมพานต์ (Anacardium occidentale L.) ในแหล่งปลูกต่างๆ ดำเนินการ 2 สถานที่ คือ ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ และศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี เริ่มดำเนินการ ตุลาคม 2554 สิ้นสุด กันยายน 2558 ระยะเวลา 4 ปี เพื่อหาสายพันธุ์มะม่วงหิมพานต์พันธุ์ใหม่ที่มีผลผลิตและลักษณะทางการเกษตรที่ดี หรือเทียบเท่ากับพันธุ์รับรองของกรมวิชาการเกษตร คือ ศรีสะเกษ 60-1 และศรีสะเกษ 60-2 เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design (RCB) 4 ซ้ำ 8 กรรมวิธี (พันธุ์) คือ กรรมวิธีที่ 1 38/16x34/4(1) กรรมวิธีที่ 2 38/16x34/4(2) กรรมวิธีที่ 3 17/3x34/13 กรรมวิธีที่ 4 17/3x37 w/2 กรรมวิธีที่ 5 ศรีสะเกษ 37w-2 กรรมวิธีที่ 6 นครพนม 3-1 กรรมวิธีที่ 7 ศรีสะเกษ 60-1 และ กรรมวิธีที่ 8 ศรีสะเกษ 60-2 โดยให้ กรรมวิธีที่ 7 และ 8 เป็นตัวเปรียบเทียบ ทำการทดลองโดยปลูกต้นพันธุ์ที่ได้จากการขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง (Grafting) ระยะปลูก 6x6 เมตร ผลการทดลองพบว่า มะม่วงหิมพานต์พันธุ์ใหม่ให้ลักษณะทางการเกษตรสูงกว่าพันธุ์เปรียบเทียบทั้ง 2 พันธุ์ เมื่ออายุ 4 ปี โดยที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ พันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง คือ พันธุ์นครพนม 3-1 38/16x34/4(2) 17/3x34/13 17/3x37w/2 และ 38/16x34/4 (1) พันธุ์ที่ให้น้ำหนักเมล็ดเนื้อในต่อเมล็ดสูง คือ พันธุ์ 38/16x34/4(2) นครพนม 3-1 17/3x34/13 38/13x34/4(1) และศรีสะเกษ 37w-2 และพันธุ์ที่ให้เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูง คือ พันธุ์ 38/16x34/4(1) 38/16x34/4(2) ศรีสะเกษ 37w-2 และนครพนม 3-1 ส่วนที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี พันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง คือ พันธุ์ 38/16x34/4(1) 17/3x37w/2 38/16x34/4(2) และ 17/3x34/13 พันธุ์ที่ให้น้ำหนักเมล็ดเนื้อในต่อเมล็ดสูง คือ พันธุ์ 38/16x34/4(2) นครพนม 3-1 ศรีสะเกษ 37w-2 และ 17/3x34/13 และพันธุ์ที่ให้เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูง คือ พันธุ์นครพนม 3-1 38/16x34/4(2) 38/16x34/4(1) และ 17/3x37w/2