กลยุทธ์การปรับตัวของธุรกิจนำเที่ยวนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในภาวะวิกฤต COVID-19
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลกระทบของธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทยที่ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่เกิดขึ้นในภาวะวิกฤต COVID-19 2) ศึกษาวิธีการปรับตัวของธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทยที่ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในภาวะวิกฤต COVID-19 และ 3) เพื่อสังเคราะห์กลยุทธ์การปรับตัวของธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทยที่ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในภาวะวิกฤต COVID-19 โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพแบบหลายกรณีศึกษา และเก็บข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและ การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในประเทศไทยจำนวน 6 ธุรกิจ ใน 3 ระยะของการเกิดวิกฤต ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงเดือนมกราคม ถึง เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 ระยะที่ 2 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 ถึง เดือนกันยายน พ.ศ. 2564 และระยะที่ 3 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึง เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 และนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยวิธีการวิเคราะห์แก่นสารแบบรายกรณี และการวิเคราะห์ข้ามกรณี ได้ผลการศึกษาดังนี้ ธุรกิจนำเที่ยวนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในประเทศไทยได้รับผลกระทบในภาวะวิกฤต COVID-19 ใน 2 มิติ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม โดยธุรกิจนำเที่ยวนักท่องเที่ยวชาวยุโรปมีการปรับตัว 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการตลาด ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านกระบวนการดำเนินงาน และด้านการเงิน รวมทั้งมีการปรับใช้นโยบายภาครัฐที่เหมือนกัน ใน 3 มาตรการ ได้แก่ มาตรการด้านสาธารณสุข ด้านการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว และด้านการเงินที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และพบว่า ธุรกิจนำเที่ยวมีการปรับใช้มาตรการด้านการเงินที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มแตกต่างกัน ตามเงินทุน สินทรัพย์ และกระแสเงินสดที่บริษัทสามารถนำมาบริหารจัดการในภาวะวิกฤต COVID-19 ได้ เมื่อสังเคราะห์กลยุทธ์การปรับตัวของธุรกิจนำเที่ยวนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในภาวะวิกฤต COVID-19 พบว่า ธุรกิจนำเที่ยวนักท่องเที่ยวชาวยุโรปมีการปรับใช้กลยุทธ์การจัดการวิกฤตในแต่ละระยะแตกต่างกัน โดยพบว่า ระยะที่ 1 ใช้ กลยุทธ์การจัดการวิกฤตเชิงรุก ได้แก่ กลยุทธ?ความเป็นผู้นำด้านต้นทุน กลยุทธ?การประหยัด ระยะที่ 2 ใช้กลยุทธ์การจัดการวิกฤตเชิงรับ ได้แก่ กลยุทธ์การประคับประคอง และกลยุทธ์การหารายได้เพิ่ม: การขยายกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มช่องทางการตลาด และ ระยะที่ 3 ใช้กลยุทธ์การจัดการวิกฤต?เชิงรุก โดยเน้น กลยุทธ์การหารายได้เพิ่ม โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ธุรกิจนำเที่ยวนักท่องเที่ยวชาวยุโรปได้ใช้กลยุทธ์เชิงโต้ตอบโดยการถอดบทเรียนจากประสบการณ์แล้วนำมาพัฒนาปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตในแต่ละระยะต่อไป