มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ระดับปริญญาโท ทุนบัณฑิตศึกษา ปีงบประมาณ 2565
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ศึกษาความเป็นไปได้ของการประยุกต์ใช้ดินเหนียวอ่อนกรุงเทพผสมเถ้าลอยจีโอโพลิเมอร์ เพื่อใช้เป็นวัสดุชั้นกันซึมดินเหนียวในบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา คือแปรผันปริมาณความชื้น (Water content, Wn) เท่ากับ 1.0LL 1.5LL 2LL (LL คือขีดจำกัดเหลว) อัตราส่วนดินเหนียวต่อเถ้าลอยเท่ากับ 90:10 80:20 และ 70:30 อัตราส่วนอัลคาไลน์ต่อเถ้าลอยเท่ากับ 0.6 (Liquid alkaline/Fly ash, L/FA) อัตราส่วนของสารละลายโซเดียมซิลิเกต (Sodium silicate, Na2SiO3) ต่อโซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodium hydroxide, NaOH) เท่ากับ 50:50 70:30 และ 80:20 ความเข้มข้นของโซเดียมไฮดรอกไซด์เท่ากับ 8 โมลาร์ และผสมกากตะกอนปนเปื้อนโลหะหนักที่ร้อยละ 0 10 30 และ 50 โดยน้ำหนักของวัสดุยึดประสาน ที่อายุบ่ม 28 วัน โดยการศึกษากำลังอัดแกนเดียว สัมประสิทธิ์การอัดตัวคายน้ำ สัมประสิทธิ์การซึมผ่านน้ำ การวิเคราะห์โลหะหนัก TCLP และโครงสร้างทางจุลภาค SEM และ EDS ของดินเหนียวอ่อนกรุงเทพผสมเถ้าลอยจีโอโพลิเมอร์ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าปริมาณความชื้นมีอิทธิผลต่อกำลังอัดแกนเดียวและการอัดตัวคายน้ำ ปริมาณความชื้นที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดการเยิ้มน้ำและความเข้มข้นของโซเดียมไฮดรอกไซต์ลดลง ปริมาณเถ้าลอยที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ตัวอย่างก่อตัวเป็นผลิตภัณฑ์จีโอโพลิเมอร์เพิ่มขึ้น ปริมาณไฮดรอกไซด์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดผลิตภัณฑ์จีโอโพลีเมอไรเซชันเพิ่มขึ้น การทดสอบการชะละลายของดินเหนียวอ่อน-เถ้าลอยจีโอโพลิเมอร์ผสมกากตะกอนปนเปื้อนโลหะหนัก พบว่าค่าความเข้มข้นของโลหะหนักในสารชะละลายของตัวอย่างมีค่าเกินมาตรฐานที่ U.S.EPA และ STLC กำหนด งานวิจัยนี้สามารถประยุกใช้วัสดุเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกรรม (เถ้าลอย) ทดแทนการใช้ปูนซีเมนต์ สำหรับวัสดุชั้นกันซึมดินเหนียวในบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย