การพัฒนาการผลิตยางก้อนถ้วยด้วยนวัตกรรมช้อนคนน้ำยางเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของเกษตรกรชาวสวนยาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาการผลิตยางก้อนถ้วยด้วยนวัตกรรมช้อนคนน้ำยางเพื่อยกระดับ เศรษฐกิจฐานรากของเกษตรกรชาวสวนยาง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างนวัตกรรมช้อนคนน้ำยางสำหรับการทำยางก้อนถ้วย 2) ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำยางก้อนถ้วยด้วยนวัตกรรมช้อนคนน้ำยาง โดยวิธีการในการสร้างนวัตกรรมช้อนคนยางคือ 1) พัฒนาช้อนคนยางจากช้อนแบบเดิม 2 รูปแบบ 2) ทดสอบประสิทธิภาพช้อนคนยาง 3) สร้างต้นแบบช้อนคนยาง 4) จัดทำแม่พิมพ์แบบพลาสติกและ 5) ทดสอบประสิทธิภาพการคนน้ำยางของแม่พิมพ์แบบพลาสติก ผลการวิจัยพบว่า ต้นแบบช้อนคนยางที่ผลิตจากไม้ที่เหมาะสม 2 แบบ แบบที่ 1 มีด้ามกลมยาว 27 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ตัวช้อนมีลักษณะเป็นวงรีกว้าง 5 เซนติเมตร มีแอ่งเว้าลงด้านใน ภายในแอ่งช้อนมีการเจาะเป็นร่องทะลุยาวตามตัวช้อนจำนวน 2 ร่อง และแบบที่ 2 ด้ามกลมยาว 27 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ตัวช้อนมีลักษณะเป็นวงรีกว้าง 5 เซนติเมตร มีแอ่งเว้าลงด้านใน ขอบช้อนโดยรอบมีการเซาะร่องเพื่อให้เกิดการไหลผ่านของน้ำยางและน้ำกรดได้ดี จากนั้นนำช้อนคนยางทั้ง 2 แบบไปทดสอบคนน้ำยางและกรดที่มีการเติมสีผสมอาหารเพื่อสังเกตเนื้อยาง คุณภาพของเนื้อยาง พบว่า ช้อนคนรูปแบบที่ 2 มีประสิทธิภาพดีที่สุด และนำไปสร้างต้นแบบจากไม้ และผลิตเป็นต้นแบบพลาสติก เมื่อนำต้นแบบพลาสติกไปทดสอบประสิทธิภาพการคนยางให้ผลเช่นเดียวกับต้นแบบที่ผลิตจากไม้ ผลจากการสร้างนวัตกรรมได้นำไปอบรมแก่เกษตรกรชาวสวนยาง 2 กลุ่ม คือ 1) สมาชิกของสหกรณ์และเครือข่ายด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิตของสหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวดจำกัด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ และ 2) สมาชิกของสหกรณ์และเครือข่ายด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิตของสหกรณ์กองทุนสวนยางละหานทรายจำกัด อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวนทั้งสิ้นรวม 280 คน และจากการติดตามประเมินผลพบว่า สหกรณ์ตั้งไว้ราคาไว้กิโลกรัมละ 27 บาท แต่เกษตรกรที่มีผลผลิตยางก้อนถ้วยคุณภาพดีขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งหากมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรย่อมมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความยั่งยืนในอาชีพต่อไป