การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวข้ามแดน และการค้าการลงทุนด้านการท่องเที่ยวประเทศไทย และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3ประการ 1)เพื่อวิเคราะห์ และสังเคราะห์สถานการณ์การท่องเที่ยวข้ามแดน และการค้า การลงทุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 2)กระบวนการบริหารจัดการการท่องเที่ยวข้ามแดน และการค้า การลงทุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และ3)กลไก การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวข้ามแดน และการค้า การลงทุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ดำเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรม การประชุมกลุ่มย่อย การสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ และการสำรวจเชิงพื้นที่ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและจัดเรียงลำดับความสำคัญ จากการศึกษา พบว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวข้ามแดนของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา อยู่ในช่วงมาตรการปิดด่านชายแดนชั่วคราวทุกด่าน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากสถานเอกอัครราชทูต ณ. กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้ออกคำสั่งระงับการเดินทางเข้า-ออกของบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของทั้งจุดผ่านแดนถาวร 5 แห่ง จุดผ่อนผ่อนปรน 13 แห่ง จุดผ่อนปรนพิเศษ 1 แห่ง จุดผ่อนปรนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว 1 แห่ง และช่องทางตามธรรมชาติ ตลอดแนวชายแดนทุกจังหวัดที่ติดต่อสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน โดยยกเว้นการขนส่งสินค้าข้ามแดนของผู้ประกอบการท้องถิ่นทั้งสองประเทศ อนุญาตให้มีคนประจำพาหนะ ประจำเรือสินค้าประเภทที่ได้รับอนุญาต และต้องผ่านการตรวจคัดกรองโรคติดต่อไวรัสโควิด19 จากพนักงานควบคุมโรคติด การปิดด่านชายแดนส่งผลทำให้การค้า การลงทุนด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศลดลง ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขเมียนมาได้ประกาศข้อกำหนดด้านสาธารณสุข สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศตามประกาศวันที่ 12 เมษายน 2565 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2565 เป็นต้นมา สถานการณ์การค้า การลงทุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาลดลง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโควิด19 และมาตรการปิดด่านชายแดนชั่วคราว และระงับการเดินทางเข้า-ออกของประชาชนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว รวมทั้งสถานการณ์การเมืองภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยการค้า การลงทุนด้านการท่องเที่ยวสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีคณะกรรมมาธิการการลงทุนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) ทำหน้าที่ควบคุม และดูแลภายใต้กฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Investment Law: FIL) รูปแบบการลงทุนที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเมียนมามี 2 ประเภท คือ 1)การลงทุนที่ชาวต่างชาติถือหุ้น ร้อยละ 100 และ2)การร่วมทุน โดยนักลงทุนชาวต่างชาติต้องมีสัดส่วนการลงทุนร่วมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 35 โดยได้รับสิทธิประโยชน์ และหลักประกันระหว่างกฎหมายการลงทุนต่างชาติของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมากับพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนของไทย พ.ศ. 2520 และแก้ไขเพิ่มเติม คุ้มครองการค้าและการลงทุนนักลงทุนชาวไทยในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา การบริหารจัดการการท่องเที่ยวข้ามแดนของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มี กรมการค้าชายแดน (Department of Border Trade : DOBT) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการบริหารจัดการด่านชายแดน การขับเคลื่อนแผนและนโยบาย การบูรณาการความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมกันทั้งจุดผ่านแดนถาวร 5 แห่ง จุดผ่อนผ่อนปรน 13 แห่ง จุดผ่อนปรนพิเศษ 1 แห่ง จุดผ่อนปรนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว 1 แห่ง และช่องทางธรรมชาติ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวข้ามแดนของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 3 พื้นที่ ได้แก่ 1)การท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองชั้นใน 2)การท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองชั้นนอก และ3)การท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองชายแดนประเทศไทย มีกระทรวงการโรงแรมและการท่องเที่ยว เป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบการท่องเที่ยวสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นักลงทุนจากต่างชาติสามารถยื่นจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งธุรกิจจากต่างชาติในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยการยื่นจดทะเบียนปกติที่สำนักงานจดทะเบียนบริษัท คณะกรรมการการลงทุนและการบริหารจัดการบริษัท กระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจและการวางแผนแห่งชาติ และยื่นจดทะเบียนออนไลน์ที่ระบบ Myanmar Companies Online Registry(MyCo) ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.myco.dica.gov.mm กระบวนการบริหารจัดการการท่องเที่ยวข้ามแดน และการค้า การลงทุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1)การขับเคลื่อนนโยบายและแผน เป็นการขับเคลื่อนตามกรอบความร่วมมือการท่องเที่ยวอาเซียน และกรอบความร่วมมือไทย-เมียนมาของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 2)การบูรณาการความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวอาเซียน และกรอบความร่วมมือของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 3)การทบทวนปัญหา อุปสรรค การดำเนินงานในจุดผ่านแดนของประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาที่เหมือนกันทุกจุดผ่านแดน ได้แก่ 1)ความมั่นคงชายแดน 2)กฎ ระเบียบ และพิธีการศุลกากร 3)การบริหารจัดการชายแดน และ4)โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก และ4)การตรวจสอบและการติดตาม เป็นการสอบทวนการดำเนินงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการ กลไก การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวข้ามแดนและการค้า การลงทุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียน ประกอบด้วย 4 ระดับ คือ 1)กลไกทวิภาคีไทย-เมียนมา เป็นการหารือผ่านความร่วมมือแบบทวิภาคีไทย-เมียนมา เกี่ยวกับความมั่นคงชายแดน 2)กลไกระดับชาติ เป็นการบูรณาการกลไกระดับชาติจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวข้ามแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย-เมียนมา 3)กลไกระดับจังหวัด โดยคณะอนุกรรมการด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวข้ามแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย-สหภาพเมียนมา ร่วมทำงานผลักดันการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายระดับจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการด่านชายแดนทั้งมิติการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวข้ามแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษ และ4)กลไกระดับด่านชายแดน มีคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) คณะกรรมการกลุ่มจังหวัด และเขตพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับชายแดน ข้อเสนอแนะกลไก การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวข้ามแดน และการค้า การลงทุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยร่วมผลักดัน “การเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่ม” เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีขนาดใหญ่จากประชากร 64.95 ล้านคน แต่ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนถาวรเปิดบริการร่วมกันเพียง 5 ด่านเท่านั้น โดยพิจารณาจากการให้ความสำคัญของรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ การเชื่อมโยงเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชายแดนกับเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอก รวมทั้งนโยบายการสนับสนุนในพื้นที่ชายแดนของรัฐบาลไทยที่สำคัญ 3 ลำดับ ได้แก่ ลำดับที่ 1)จุดผ่อนปรนพิเศษสิงขร อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประเทศไทยกับบ้านมู่ด่อง เมืองมะริด เขตตะนาวศรี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 2)จุดผ่อนปรนห้วยต้นนุ่น อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเทศไทยกับบ้านน้ำมาง เมืองลอยก่อ รัฐคะยาและเมืองหลวงเนปิดอร์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และลำดับที่ 3)จุดผ่อนปรนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวพระเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทยกับพญาตองซู เมืองกอกาเล็ก รัฐตะนาวศรี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ข้อเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนการค้า และการลงทุนด้านการท่องเที่ยวประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาของนักลงทุนชาวไทย เพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับทำธุรกิจการค้า และการลงทุนด้านการท่องเที่ยวในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้แก่ 1)ผู้ประกอบการชาวไทยต้องมีองค์ความรู้เกี่ยวการเมืองสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีความสามารถ ความชำนาญ ประสบการณ์การค้าและการลงทุนด้านการท่องเที่ยวที่รัฐบาลเมียนมาสนับสนุนในรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ 2)มีผู้ร่วมทุนชาวเมียนมาที่มีศักยภาพ ก่อนการตัดสินใจร่วมทุนกับผู้ประกอบการชาวเมียนมา ควรตรวจสอบประวัติผู้ร่วมทุนชาวเมียนมาอย่างละเอียด สถานะทางการเงิน ความโปร่งใสและประสบการณ์การร่วมทุนของผู้ประกอบการชาวเมียนมากับต่างชาติ 3)ศึกษากฎ ระเบียบ สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขการลงทุน กฎหมายการลงทุน และนโยบายการลงทุนของรัฐบาลเมียนมาให้เข้าใจ เนื่องจากกฎหมายการลงทุนเปลี่ยนแปลงบ่อย ระบบราชการมีความซับซ้อน 4) พิจารณรณาลงทุนในเขตอุตสาหกรรมชายแดน หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลเมียนมากำหนดให้ผู้ประกอบการคนไทยเข้าไปลงทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ รัฐบาลเมียนมารับประกันความปลอดภัย 5)นักลงทุนชาวไทยควรเข้าไปลงทุนในลักษณะกิจการร่วมทุนมีสัดส่วนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 35 เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ 6)หลีกเลี่ยงการลงทุนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทางชาติพันธุ์หรือการสู้รบจากปัญหาการเมืองภายในสาธารณรัฐฐแห่งสหภาพเมียนมา และ7)พิจารณาโครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมด้านการคมนาคมขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา คำสำคัญ: การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวข้ามแดน, การค้าและการลงทุนด้านการท่องเที่ยวไทย-เมียนมา