การประเมินความปลอดภัยจุลินทรีย์ในน้ำประปาศรีราชา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เป็นโครงการหนึ่งซึ่งทำให้เกิดการขยายตัวของภาคประชาชนในการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้ความต้องการใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคเพิ่มมากขึ้น การมีข้อมูลด้านวิธีเฝ้าระวังและการตรวจติดตามหาชนิดเชื้อก่อโรคที่ปนเปื้อนหรือค่าดัชนีทางจุลชีววิทยาตลอดห่วงโซ่การผลิตน้ำประปาจึงมีความจำเป็น ซึ่งจะทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคได้ และข้อมูลที่ได้ยังสามารถใช้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดูแลการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคในแหล่งน้ำ ให้วางแผนดำเนินการป้องกันเชิงรุกเพื่อให้แหล่งน้ำดิบมีความปลอดภัยและมีความเสี่ยงในการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคให้น้อยที่สุด โครงการวิจัยนี้ จะทำการประเมินระดับการปนเปื้อนโปรโตซัว แบคทีเรีย ไวรัสก่อโรค โดยวิเคราะห์จากการเพาะเลี้ยงเชื้อตามวิธีมาตรฐาน ใช้แนวทางการศึกษาแบบการวิเคราะห์จีโนมทั้งหมด (metagenome) ผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยี high-throughput sequencing รวมถึงการวิเคราะห์ชนิดและปริมาณของเชื้อไวรัส และโปรโตซัวเป้าหมายในน้ำตัวอย่าง ตลอดห่วงโซ่การผลิตน้ำประปา ด้วยเทคโนโลยีทางปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสแบบระบุจำนวน (Quantitative Polymerase Chain Reaction Assay) จากผลการศึกษาไม่พบการปนเปื้อนของโปรโตซัวก่อโรคในทุกตัวอย่างน้ำ การศึกษาแบบการวิเคราะห์จีโนมทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงการลดลงของจำนวนชนิดของโปรโตซัวระหว่างกระบวนการผลิตน้ำประปาได้มากถึงร้อยละ 80 – 90 การเฝ้าระวังการมีอยู่ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในแหล่งน้ำดิบและในระบบผลิตน้ำประปาในแต่ละช่วงเวลาพบว่า ในบางตัวอย่างมีการตรวจพบเชื้อไวรัสดังกล่าว ซึ่งอาจเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อเข้าไปในแหล่งน้ำดิบผ่านทางการปนเปื้อนของน้ำเสียเข้าสู่แหล่งน้ำดิบ ดังนั้นการเฝ้าระวังในช่วงที่มีการระบาดของโรคมีความจำเป็นที่ต้องมีการเฝ้าระวังเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะสามารถกำจัดเชื้อไวรัสที่อาจเข้ามาในระบบได้อย่างเหมาะสม โดยอาจจะนำข้อมูลทางสาธารณสุขมาประกอบการกำหนดช่วงการตรวจวัดหรือเฝ้าระวัง ในส่วนของแบคทีเรียก่อโรคที่เป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพของแหล่งน้ำ ตรวจสอบพบเชื้อแบคทีเรียเป้าหมาย แต่อยู่ในระดับที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานดัชนีคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินที่กำหนด ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเมื่อว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อในแหล่งน้ำดิบสูงขึ้น โอกาสที่จะตรวจพบเชื้อก่อโรคในระบบผลิตประปาก็สูงขึ้นด้วย ดังนั้นการตรวจติดตามเฝ้าระวังจุลินทรีย์ก่อโรค ตลอดกระบวนการผลิตน้ำประปาด้วยหลายเทคนิคร่วมกันที่ใช้ในโครงการวิจัยนี้ จะเป็นแนวทางที่สามารถตรวจหาเชื้อดังกล่าวที่มีความรวดเร็ว แม่นยำ ทำให้ได้ข้อมูล สำหรับการวิเคราะห์เพื่อการเฝ้าระวังในช่วงเวลาที่มีการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรค ในแหล่งน้ำดิบสูง หรือใช้วางแผนดำเนินการเชิงรุกในการป้องกัน และเก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงจุลินทรีย์ก่อโรคที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางป้องกัน รักษาแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาต่อไป