การศึกษาวิเคราะห์จีโนมและโปรตีโอมเก้งหม้อสัตว์ป่าสงวนของไทย: โมเดลในการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เก้งหม้อเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย จำนวนเก้งหม้อที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและที่สวนสัตว์มีจำนวนน้อยกว่า 10 ตัวทั่วประเทศ แต่ความรู้ด้านพันธุกรรมและชีวโมเลกุลของเก้งหม้อยังมีจำกัด ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำจีโนมอ้างอิงของเก้งหม้อ โดยใช้เทคโนโลยี Long-read และ Short-read sequencing ซึ่งจะทำให้ทราบข้อมูลลำดับดีเอ็นเอทั้งหมดในร่างกายของสัตว์ชนิดนี้อย่างแม่นยำ สามารถใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษายีนที่เกี่ยวข้องกับระบบและเมตาบอลิสมต่างๆในร่างกายในสภาวะปกติดีของสัตว์ และได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบ ไมโทจีโนมกับเก้งธรรมดาซึ่งมีความใกล้ชิดทางพันธุกรรม (สกุลเดียวกัน) แต่เก้งธรรมดามีจำนวนมากกว่าในประเทศไทย และเปรียบเทียบกับเก้งจีน เก้งดำเมืองจีน และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เช่น กวาง โค คน ทำให้ได้ข้อมูลความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมกับคนหรือสัตว์ชนิดอื่น นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังต้องการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมในระดับจีโนมของประชากรเก้งหม้อและเก้งธรรมดาในประเทศไทยที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและสวนสัตว์ โดยใช้เทคโนโลยี RADseq ทำให้สามารถทราบความแตกต่างทางพันธุกรรมและความสัมพันธ์เลือดชิดระดับจีโนม และช่วยในการคัดเลือกตัวที่มีลักษณะดี มีความสัมพันธ์เลือดห่างเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์และจับคู่ผสมพันธุ์ได้อย่างเหมาะสม อนึ่งคณะผู้วิจัยได้ใช้เทคนิค Agarose gel zone electrophoresis เพื่อทำการศึกษารูปแบบ Electrophoretogram ของซีรัมโปรตีนได้แก่ อัลบูมิน กลอบูลิน และโปรตีนอื่นๆในกระแสเลือดของเก้งหม้อและเก้งธรรมดา เพื่อหารูปแบบกราฟมาตรฐานในเก้งหม้อและเก้งธรรมดา เพื่อใช้เปรียบเทียบกับสัตว์ที่เป็นโรคต่อไป นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังได้ทำการศึกษาคุณภาพน้ำเชื้อเก้งหม้อและเก้งธรรมดาก่อนและหลังการเก็บรักษาน้ำเชื้อแช่แข็ง โดยทำการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์ โครงการนี้ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการทำปฏิสนธินอกร่างกายและการย้ายฝากตัวอ่อนละมั่งพันธุ์พม่าของอสส. ทั้งนี้คณะผู้วิจัยได้ศึกษาฮอร์โมนเพศแสดงดัชนีชี้วัดวงรอบการเป็นสัดในเก้งหม้อ และการตั้งท้องในแม่ละมั่งพันธุ์พม่าที่รับการย้ายฝากตัวอ่อนด้วย แม้ผลจากกิจกรรมครั้งนี้จะไม่ได้ลูกละมั่งหลอดแก้ว แต่ได้ประโยชน์อย่างยิ่งในการสืบทอดการบูรณาการองค์ความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ต่อไป