กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
เก้งหม้อเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย จำนวนเก้งหม้อที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและที่สวนสัตว์มีจำนวนน้อยกว่า 10 ตัวทั่วประเทศ แต่ความรู้ด้านพันธุกรรมและชีวโมเลกุลของเก้งหม้อยังมีจำกัด ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำจีโนมอ้างอิงของเก้งหม้อ โดยใช้เทคโนโลยี Long-read และ Short-read sequencing ซึ่งจะทำให้ทราบข้อมูลลำดับดีเอ็นเอทั้งหมดในร่างกายของสัตว์ชนิดนี้อย่างแม่นยำ สามารถใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษายีนที่เกี่ยวข้องกับระบบและเมตาบอลิสมต่างๆในร่างกายในสภาวะปกติดีของสัตว์ และได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบ ไมโทจีโนมกับเก้งธรรมดาซึ่งมีความใกล้ชิดทางพันธุกรรม (สกุลเดียวกัน) แต่เก้งธรรมดามีจำนวนมากกว่าในประเทศไทย และเปรียบเทียบกับเก้งจีน เก้งดำเมืองจีน และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เช่น กวาง โค คน ทำให้ได้ข้อมูลความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมกับคนหรือสัตว์ชนิดอื่น นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังต้องการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมในระดับจีโนมของประชากรเก้งหม้อและเก้งธรรมดาในประเทศไทยที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและสวนสัตว์ โดยใช้เทคโนโลยี RADseq ทำให้สามารถทราบความแตกต่างทางพันธุกรรมและความสัมพันธ์เลือดชิดระดับจีโนม และช่วยในการคัดเลือกตัวที่มีลักษณะดี มีความสัมพันธ์เลือดห่างเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์และจับคู่ผสมพันธุ์ได้อย่างเหมาะสม อนึ่งคณะผู้วิจัยได้ใช้เทคนิค Agarose gel zone electrophoresis เพื่อทำการศึกษารูปแบบ Electrophoretogram ของซีรัมโปรตีนได้แก่ อัลบูมิน กลอบูลิน และโปรตีนอื่นๆในกระแสเลือดของเก้งหม้อและเก้งธรรมดา เพื่อหารูปแบบกราฟมาตรฐานในเก้งหม้อและเก้งธรรมดา เพื่อใช้เปรียบเทียบกับสัตว์ที่เป็นโรคต่อไป นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังได้ทำการศึกษาคุณภาพน้ำเชื้อเก้งหม้อและเก้งธรรมดาก่อนและหลังการเก็บรักษาน้ำเชื้อแช่แข็ง โดยทำการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์ โครงการนี้ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการทำปฏิสนธินอกร่างกายและการย้ายฝากตัวอ่อนละมั่งพันธุ์พม่าของอสส. ทั้งนี้คณะผู้วิจัยได้ศึกษาฮอร์โมนเพศแสดงดัชนีชี้วัดวงรอบการเป็นสัดในเก้งหม้อ และการตั้งท้องในแม่ละมั่งพันธุ์พม่าที่รับการย้ายฝากตัวอ่อนด้วย แม้ผลจากกิจกรรมครั้งนี้จะไม่ได้ลูกละมั่งหลอดแก้ว แต่ได้ประโยชน์อย่างยิ่งในการสืบทอดการบูรณาการองค์ความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ ผลของการทำ RAD-seq จะมีประโยชน์อย่างมากในการเลือกคู่ผสมพันธุ์ที่มีความสัมพันธ์เลือดห่างทำให้ได้ลูกที่สุขภาพดีในอนาคต และสามารถใช้เป็นวิธีมาตรฐานในการศึกษาความสัมพันธ์เลือดชิดต่อไป การศึกษาเก้งหม้อในระดับจีโนมและโปรตีโอม รวมทั้งรูปแบบกราฟมาตรฐาน Electrophoregram และกราฟ PMF จะทำให้เราเข้าใจระบบต่างๆของเก้งหม้อมากขึ้นอย่างมาก และสามารถใช้ในการศึกษาเชิงลึกเพื่อประกอบการวินิจฉัยโรค/รักษาของสัตวแพทย์สายสัตว์ป่าต่อไป นอกจากนี้ในโครงการนี้จะมีการตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติระดับสูง (Q1-Q2) และรายงานผลการศึกษาให้องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชรับทราบและรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่อไป
มีรายงานการใช้จีโนมิกส์และโปรตีมิกส์ในการศึกษาสัตว์หลายชนิด ดังที่ได้แสดงในหัวข้อแนวคิด ทฤษฎี และสมมติฐานงานวิจัย มีการทำจีโนมอ้างอิงโดยใช้ Long-read และ Short-read sequencing รวมทั้ง Pseudochromosome assembly ในคนและสัตว์ การทำ RAD-seq สามารถใช้ศึกษา genome-wide SNPs ในสิ่งมีชีวิตอื่น นอกจากนี้มีรายงานรูปแบบกราฟมาตรฐาน Electrophoregram และกราฟ PMF ในสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมทั้งการศึกษาการแสดงออกของโปรตีนในระดับโปรตีโอมเพื่อใช้ค้นพบโปรตีนเป้าหมายใหม่ในคนและสัตว์ในภาวะต่างๆ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
เมื่อสิ้นสุดโครงการ คาดว่าจะสามารถเสนอการวางแผนการจับคู่ผสมพันธุ์ที่เหมาะสม และเสนอการใช้ Genome-wide SNPs แสดงอัตลักษณ์ของชนิดสัตว์ เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงกรณีมีตัวอย่างของสัตว์ต้องสงสัยในคดีความ แก่องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ และสามารถเสนอการใช้ข้อมูล PMF Electrophoregram จีโนม และโปรตีโอมที่ได้ ประกอบการศึกษาวิจัยระดับโมเลกุลในการวินิจฉัยโรค ป้องกันโรคของเก้งหม้อ แก่สัตวแพทย์และนักวิจัยสายสัตว์ป่าต่อไป
โจทย์ปัญหาคือเก้งหม้อเป็นสัตว์ป่าสงวนของชาติซึ่งเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลชีววิทยาระดับโมเลกุลของเก้งหม้อเพียงพอ ทำให้ไม่สามารถเข้าใจระบบต่างๆในร่างกาย ถ้าเกิดโรคหรือภัยพิบัติจะไม่มีข้อมูลพื้นฐานของภาวะปกติเพียงพอที่จะช่วยในการวินิจฉัยโรคและรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลได้ และไม่สามารถวางแผนการจับคู่ผสมที่เหมาะสมได้เพราะไม่มีข้อมูลความสัมพันธ์เลือดชิดในระดับจีโนม กอปรกับจำนวนประชากรที่มีในสวนสัตว์และสถานีเพาะเลี้ยงมีน้อยมาก ไม่สามารถหาข้อมูลประชากรที่มีในป่าธรรมชาติได้ แม้ใน IUCN ไม่สามารถระบุระดับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของเก้งหม้อเพราะ “Data deficient” ประชากรเก้งหม้อจึงอยู่ในภาวะวิกฤตเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในชั่วชีวิตของเรา หรือถ้ามีการสูญพันธุ์เกิดขึ้น ข้อมูลจีโนมอ้างอิงที่ทำไว้จะมีคุณค่ามหาศาลและเป็นมรดกที่เหลืออยู่เพื่อการคืนชีวิตในอนาคต แนวคิดในการแก้ปัญหาวิกฤตประชากรเก้งหม้อคือการทำจีโนมอ้างอิง การหา Genome-wide SNPs โดยใช้ RAD-seq การทำกราฟมาตรฐาน Electrophoregram และ PMF การศึกษาการแสดงออกของโปรตีนโดยใช้ Mass spectrometry ผลที่คาดการณ์คือได้วิธีในการหาความสัมพันธ์เลือดชิดที่มีความแม่นยำสูง ราคาไม่แพงสำหรับสัตว์ป่า ได้ข้อมูลพื้นฐานระดับโมเลกุลของเก้งหม้อและได้ยีนและโปรตีนเป้าหมายสำหรับศึกษาการใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในโครงการคือสัตวแพทย์สายสัตว์ป่า องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช