ฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งปอด A549 ของเคอคิวมินและอนุพันธ์ของเคอคิวมิน CU17
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า CU17 ซึ่งเป็นสารอนุพันธ์ตัวใหม่ของเคอร์คูมิน (CU) มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งได้หลายชนิดในระดับหลอดทดลอง อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการทดสอบในเซลล์มะเร็งปอด A549 ดังนั้น ในงานวิจัยนี้จึงได้ตรวจสอบว่า CU17 มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ฮิสโตนดีแอเซทิลเลส (histone deacetylases, HDACs) และฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งปอด A549 ของมนุษย์ได้หรือไม่ โดยศึกษาเปรียบเทียบกับเคอร์คูมิน ผลการศึกษาในหลอดทดลองพบว่า CU17 มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ HDAC ได้มากกว่า CU ซึ่ง CU17 ยับยั้งการทำงานเอนไซม์ HDAC ในลักษณะที่ขึ้นกับขนาดยา และมีค่า IC50 เท่ากับ 0.30 ? 0.086 ?g/ml จากการศึกษาการจำลองการจับกัน (Molecular docking) แสดงให้เห็นว่า CU17 สามารถจับกับบริเวณเร่งของเอนไซม์ HDAC ของมนุษย์ ชนิดที่ 1 (HDAC1, 2, 3 และ 8) และชนิดที่ 2 (HDAC4, 6 และ 7) อีกทั้ง CU17 สามารถกระตุ้นให้เกิด hyperacetylation ของฮิสโตน H3 (Ac-H3) ในเซลล์มะเร็งปอด A549 เมื่อวิเคราะห์ด้วย western blot ผลการทดสอบด้วยวิธี MTT แสดงให้เห็นว่าทั้งสาร CU และ CU17 ยับยั้งการเจริญแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งปอด A549 ในลักษณะที่ขึ้นกับขนาดยาและเวลา นอกจากนี้ CU และ CU17 ยังมีผลเหนี่ยวนำให้เซลล์มะเร็งปอดหยุดการแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนในวัฏจักรเซลล์ที่ระยะ G2/M และชักนำเซลล์มะเร็งปอดให้เกิดการตายแบบอะพอพโทซิสที่ไม่ขึ้นกับ p53 ในเซลล์ A549 ทั้ง CU และ CU17 สามารถกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งปอด A549 เกิดการแสดงออกของโปรตีน Bax เพิ่มมากขึ้น แต่ลดการแสดงออกของโปรตีน p53, p21, Bcl-2 และ pERK1/2 ถึงแม้ว่า CU17 มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งปอดได้น้อยกว่า CU อย่างไรก็ตาม CU17 ก็มีความเป็นพิษต่อเซลล์ที่ไม่ใช่เซลล์มะเร็ง (Vero cells) น้อยกว่า CU ดังนั้น CU17 น่าจะเป็นสารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งปอดได้ นอกจากนี้ CU17 สามารถเสริมฤทธิ์ (synergistic effect) ของยาเจมไซตาบีน (gemcitabine) และมีฤทธิ์ร่วมกัน (additive effect) กับยาซิสพลาติน (cisplatin) ในการยับยั้งการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งปอด A549 อีกทั้งเมื่อใช้สาร CU17 ร่วมกับยา gemcitabine ส่งผลให้เกิดการเหนี่ยวนำให้เซลล์เกิดการตายแบบอะพอพโทซิส และชักนำให้เซลล์หยุดการแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนในวัฏจักรเซลล์ที่ระยะ G2/M ในเซลล์มะเร็งปอด A549 นอกจากนี้ CU สามารถเสริมฤทธิ์ (synergistic effect) ของยา cisplatin ในการยับยั้งการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งปอด A549 ผ่านการกระตุ้นให้เกิดการตายแบบอะพอพโทซิส และกระตุ้นให้เกิดการหยุดการดำเนินไปของวัฏจักรเซลล์ที่ระยะ S ดังนั้น สาร CU17 น่าจะสามารถใช้เสริมฤทธิ์เพื่อเพิ่มผลเคมีบำบัดของยา gemcitabine และ cisplatin ในมะเร็งปอดได้