การพัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์วิเคราะห์ภาพไอโอโนแกรมอัตโนมัติ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในโครงการวิจัยนี้ ได้ดำเนินการออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ภาพไอโอโนแกรมอัตโนมัติสำหรับการวิเคราะห์ภาพไอโอโนแกรมในการอธิบายคุณลักษณะของชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์บริเวณประเทศไทย โดยเครื่องวัดไอโอโนซอนด์จะทำการรับสัญญาณความถี่ภาพไอโอโนแกรมจากดาวเทียม ซึ่งจะสามารถรับแต่ละความถี่นำไปคำนวณความสูง จากนั้นจะหาค่าของพารามิเตอร์ foF2 และ h’F ในการจำลองใช้ข้อมูลภาพไอโอโนแกรมที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร ประเทศไทยร่วมกับ National Institute of Information and Communications Technology (NICT) ประเทศญี่ปุ่น การออกแบบซอฟต์แวร์ GUI (Graphical User Interface) จะทำการพัฒนาด้วยโปรแกรมภาษาไพธอน ซึ่งจะแสดง วัน เดือน ปี เวลา ความถี่ ความสูง และค่าพารามิเตอร์ หลักการทำงานของซอฟต์แวร์คือการนำรูปภาพไอโอโนแกรมเข้า GUI ที่เลือกจากโฟลเดอร์ จากนั้นหน้าต่างของซอฟต์แวร์ GUI จะแสดงรูปภาพที่นำมาใช้ในการปรับขนาดเรียงตามลำดับ เพื่อทำการปรับขนาดของรูปภาพไอโอโนแกรมแต่ละรูปภาพให้มีขนาดเล็กลงสำหรับการประมวลผลภาพดิจิทัล โดยจะทำการเปลี่ยนรูปภาพไอโอโนแกรมให้อยู่รูปแบบพิกเซลในลักษณะสเกลสีเทาพร้อมกับทำการกำจัดสัญญาณรบกวนออกบางส่วน แล้วทำการคำนวณหาค่าของความถี่และความสูงจากการแบ่งของแต่ละพิกเซล เมื่อกำหนดให้แนวแกน x เป็นค่าความถี่ มีหน่วยเป็นเฮิร์ต (Hz) และแนวแกน y เป็นค่าความสูง มีหน่วยเป็นกิโลเมตร (km) เมื่อทำการคำนวณหาค่าความถี่และความสูงเสร็จแล้วจะแสดงผลลัพธ์บนหน้า GUI การคำนวณหาค่าของพารามิเตอร์จะประยุกต์ใช้โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน ในการทดลองใช้ภาพไอโอโนแกรมในเดือนมีนาคม 2559 โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันที่ใช้การฝึกอบรมข้อมูล 2,030 รูป ข้อมูลการทดสอบจำนวน 930 รูป และจำนวนรอบการฝึก 0 - 2,000 รอบ จากผลการทดลองจะให้ประสิทธิภาพความแม่นยำในการหาค่าพารามิเตอร์ foF2 เท่ากับ 92.8% ค่าพารามิเตอร์ h’F เท่ากับ 98.4% ที่มีการเปรียบเทียบกับการปรับขนาดด้วยตนเอง