กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ในงานวิจัยนี้ได้ศึกษาการเตรียมเส้นใยพอลิคาโปรแลคโตนผสมสารสกัดจากสาบเสือและสาบแร้งสาบกาด้วยอิเล็กโทรสปินนิ่ง (Electrospinning) เพื่อนำไปประยุกต์เป็นวัสดุปิดแผล โดยการนำสารสกัดใบสาบเสือและสาบแร้งสาบกาผสมกับสารละลายพอลิคาโปรแลคโตนความเข้มข้น 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักต่อปริมาตรในตัวทำละลายกรดอะซิติก โดยเปลี่ยนแปลงปริมาณสารสกัดเป็นปริมาณ 0 5 10 15 20 25 และ 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (เทียบน้ำหนักกับพอลิคาโปรแลคโตน) แล้วนำไปขึ้นรูปเป็นแผ่นเส้นใยด้วยเทคนิคการปั่นเส้นใยด้วยไฟฟ้าสถิตด้วยศักย์ไฟฟ้า 17 กิโลโวลต์ที่ระยะห่างระหว่างปลายเข็มและลูกกลิ้งรองรับเส้นใยเท่ากับ 15 เซนติเมตร อิเล็กโทรสปินนิ่งเป็นเทคนิคที่สามารถผลิตเส้นใยที่มีขนาดเล็กขนาดตั้งแต่ไมโครเมตรถึงนาโนเมตร อีกทั้งเส้นใยที่ได้มีสมบัติที่พิเศษคือมีพื้นที่ผิวต่อปริมาตรสูง มีรูพรุนขนาดเล็ก แผ่นเส้นใยที่ได้นำไปตรวจสอบสัณฐานวิทยาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด และนำไปตรวจสอบฤทธิ์การยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย คือ Staphylococcus aureus และ Staphylococcus epidermidis ด้วยวิธี Agar disk diffusion จากผลการตรวจสอบสัณฐานวิทยาพบว่าเส้นใยพอลิคาโปรแลคโตนที่ได้มีลักษณะค่อนข้างเรียบ ยาวต่อเนื่อง มีขนาดเส้นใยที่สม่ำเสมอ มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 400 นาโนเมตร เมื่อเติมสารสกัดสาบเสือและสาบแร้งสาบกา เส้นใยมีขนาดขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับสารสกัดสาบเสือ มีขนาดเส้นใยอยู่ในช่วง 400 ถึง 3400 นาโนเมตร แต่เส้นใยที่ผสมสารสกัดสาบแร้งสาบกามีขนาดเส้นที่มีแนวโน้มลดลงโดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 250 ถึง 400 นาโนเมตร จากการสังเกตเส้นใยที่ผสมสารสกัดพบว่าไม่มีการเกาะรวมของสารสกัดบนผิวเส้นใย จากการทดสอบการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียทั้ง S. aureus และ S. epidemidisพบว่าสารสกัดทั้งสาบเสือและสาบแร้งสาบกาสามารถยับยั้งเชื้อ S. epidemindis ได้ดีที่สุดโดยพบว่าสารสกัดสาบเสือยับยั้งได้ดีที่สุด เมื่อนำสารสกัดผสมกับสารละลายพอลิคาโปรแลคโตน พบว่าแผ่นเส้นใยที่ผสมสารสกัดไม่สามารถยับยั้งเชื้อได้ เนื่องจากในสารสกัดไม่สามารถปลดปล่อยออกมาจากเส้นใยได้