การพัฒนาเทคนิคก่อสร้างระบบสำเร็จรูปสู่ระบบประกอบในที่แบบดั้งเดิม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้จัดทาขึ้นเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ในเชิงวิศวกรรม ของการดาเนินงานก่อสร้างโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กของอาคารพาณิชย์สี่ชั้นหรือตึกแถวสี่ชั้นที่นิยมก่อสร้างทั่วไปภายในประเทศระหว่างการก่อสร้างแบบที่นิยมใช้แพร่หลาย ซึ่งได้แก่วิธีการก่อสร้างแบบเดิม (วิธี Conventional) กับวิธีการที่พัฒนาขึ้น (วิธี Modification) โดยทาการเปรียบเทียบราคาค่าก่อสร้างของหมวดงานโครงสร้าง อันเป็นต้นทุนที่สามารถลดได้ซึ่งมีองค์ประกอบการศึกษาได้แก่ปริมาณวัสดุ และค่าแรงงานของ คอนกรีต, ไม้แบบ, เหล็กเสริม และระยะเวลาการก่อสร้าง ทั้งนี้กาหนดให้ความแข็งแรงของโครงสร้างและคุณสมบัติต่างๆในเชิงวิศวกรรมอยู่ในมาตรฐานที่กาหนด วิธี Conventional ใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ กล่าวคือ สถิติและข้อมูลที่รวบรวมโดยเจ้าของโครงการและผู้รับจ้างก่อสร้าง ส่วนวิธี Modification ได้ใช้ข้อมูลจากแหล่งปฐมภูมิที่รวบรวมได้จากงานก่อสร้างที่กาลังดาเนินงานนามาเพื่อเปรียบเทียบกัน ทั้งนี้วิธี Conventional ได้แก่ วิธีการก่อสร้างที่หล่อโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ณ จุดก่อสร้าง (Cast in Situ) ส่วนวิธี Modification เป็นการผสมผสานระหว่างวิธี Conventional และเทคนิคการหล่อคานท่อนกึ่งสาเร็จรูปให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นจึงประกอบเข้าที่ เพื่อให้การศึกษาครอบคลุมการก่อสร้างจริง ได้แบ่งอาคารตัวอย่างเป็นออก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาคารขนาดเล็ก ( 10 หน่วย ), ขนาดกลาง ( 50 หน่วย ) และขนาดใหญ่ ( 100 หน่วย ) ผลการศึกษา พบว่า วิธี Modification สามารถลดแรงงานการเทคอนกรีตได้ระหว่างร้อยละ 10.0 - 20. 0ลดไม้แบบและแรงงานประกอบได้ระหว่าง ร้อยละ 37.0 - 48.0 และลดระยะเวลาการก่อสร้างได้ระหว่าง ร้อยละ 18.0- 30.0 ในขณะที่เหล็กเสริมไม่พบส่วนต่างกันเป็นนัยสาคัญ ทาให้สรุปได้ว่า วิธี Modification จะได้ต้นทุนราคาค่าก่อสร้างต่อหน่วยของอาคารลดลงในภาพรวมเฉลี่ยที่ร้อยละ 8.0 - 14.0 จากวิธี Conventional โดยได้ลักษณะสมบัติของโครงสร้างอาคารที่เหมือนกัน.