พัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในการประมาณค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นข้อมูลที่สำคัญในการออกแบบระบบโครงสร้างอาคาร โดยปกติค่าค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กหาได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับวิธีการหาค่าค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กโดยตรงนั้นได้จากการใช้เครื่องมือทดสอบ ซึ่งวิธีนี้ทำได้ยากในบางพื้นที่ที่ขาดเครื่องมือวัด ส่วนวิธีการหาค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กทางอ้อมสามารถหาได้โดยการคำนวณ ซึ่งมีสูตรอยู่เป็นจำนวนมากที่ใช้ในการคำนวณหาค่าค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก อย่างไรก็ตามสมการต่าง ๆ เหล่านี้จำเป็นต้องใช้ข้อมูลตัวแปรค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวนมาก ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงได้เสนอเทคนิคการประมาณค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่ลดการใช้ตัวแปรด้วยการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างค่าค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กกับ ขนาดหน้าตัด กำลังอัดของคอนกรีต และแรงดึงของเหล็กเสริมโดยใช้ทฤษฎีฟัซซีเซต ประยุกต์ใช้แบบจำลองที่สร้างขึ้นโดยข้อมูลของขนาดหน้าตัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก 20x20 ซม. 25x25 ซม. และ 30x30 ซม. ของตัวแปรขนาดหน้าตัด กำลังอัดของคอนกรีต แรงดึงของเหล็ก และกำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างละ 100 ตัวอย่าง ผลการศึกษาพบว่าแบบจำลองฟัซซีเซตนี้ สามารถหาค่ากำลังอัดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กได้เมื่อทราบข้อมูลขนาดหน้าตัดและกำลังอัดของคอนกรีต ด้วยค่าสัมประสิทธิ์ตัวกำหนด (R2) ของการปรับเทียบเป็น 0.702 ซึ่งเหมาะสำหรับข้อมูลพื้นฐานเพียง 2 ตัวเท่านั้น และผลการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าข้อมูลพื้นฐานทั้ง 3 ตัว (ขนาดหน้าตัด กำลังอัดของคอนกรีต และแรงดึงของเหล็ก) เหมาะที่จะใช้ในการหาค่ากำลังอัด ของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กด้วยเทคนิคฟัซซีเซตที่ค่าสัมประสิทธิ์ตัวกำหนด (R2) เป็น 0.774