Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2566

การศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดกัญชาและพัฒนาต้นแบบน้ำยาบ้วนปากเพื่อบรรเทาอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบจากการฉายรังสี

วรัญญา อรุโณทยานันท์ สถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. 2566

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆของโลก การรักษามะเร็งโดยการฉายรังสีรักษาอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ได้แก่ เยี่อบุช่องปากอักเสบ ปัจจุบันมีนโยบายส่งเสริมให้ใช้กัญชาทางการแพทย์โดยพบว่าพืชในตระกูลกัญชามีฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น ฤทธิ์แก้ปวด ลดอักเสบ ฤทธิ์สมานแผล ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายจากรังสีของสารสกัดกัญชา และพัฒนาต้นแบบน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารสกัดกัญชาเพื่อบรรเทาอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบจากการฉายรังสี งานวิจัยนี้ใช้ใบกัญชาสายพันธุ์หางกระรอกพื้นเมืองจากจ.สกลนคร มาสกัดด้วยเทคนิค maceration โดยใช้เอทานอล และ supercritical fluid extraction (SFE) ด้วย CO2 ผลการศึกษาพบว่าการสกัดด้วย maceration (A1) ให้ผลผลิต (%yield=20.06) มากกว่า SFE (A2) (%yield=2.02) แต่พบว่าสารสกัด A2 มีปริมาณสารสำคัญมากกว่า โดยมีปริมาณ CBD และ ?9-THC เท่ากับ 0.70 ? 0.05 ?g/ml และ 90.33 ? 1.30 ?g/ml ตามลำดับ ในขณะที่ A1 พบ ?9-THC เพียง 19.74 ? 1.30 ?g/ml และมี CBD น้อยมากจนไม่สามารถตรวจพบ ผลการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH assay พบว่า A2 มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีกว่า A1 โดยมีค่า SC50 เท่ากับ 0.66?0.05 mg/ml และ 0.77?0.04 mg/ml ตามลำดับ ในขณะที่สารมาตรฐาน L-ascorbic acid มีค่า SC50 เท่ากับ 0.05?0.01 mg/ml เช่นเดียวกันกับการทดสอบฤทธิ์ยับยั้ง lipid peroxidation ที่พบว่าสารสกัด A2 แสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีกว่าสารสกัด A1 โดยมีค่า LC50 เท่ากับ 5.23?0.08 mg/ml และ 6.42?0.07 mg/ml ตามลำดับ โดยสารมาตรฐาน EDTA มีค่า LC50 เท่ากับ 0.39?0.01 mg/ml ส่วนผลการทดสอบฤทธิ์ในการป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายของรังสีด้วยวิธีไดเซ็นทริก (Dicentric assay) ของสารสกัดเทียบกับสาร CBD บริสุทธิ์ แสดงให้เห็นว่า CBD มีความสามารถในการป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายจากรังสีได้ดีที่สุด รองลงมาคือ A2 และ A1 ตามลำดับ ที่ความเข้มข้นเดียวกันคือ 25 ?g/ml พบเซลล์ที่มี dicentric chromosome (DC) ที่แสดงถึงความเสียหายของเซลล์หลังได้รับรังสี 32% 36% และ 56% ตามลำดับ จึงคัดเลือกสารสกัด A2 ไปพัฒนาต้นแบบน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารสกัดกัญชา ได้สูตรที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และมีความคงตัว 3 สูตร ได้แก่สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ 2 สูตร (NA4 และ NB4) และสูตรน้ำมันมะพร้าว 1 สูตร (CA2) ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตโดยการศึกษาฤทธิ์และผลลัพธ์ทางคลินิกของตำรับต่อไป เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วย อีกทั้งยังส่งเสริมการปลูก การใช้และเพิ่มมูลค่าให้แก่สมุนไพรได้อีกด้วย

คำสำคัญ

Antioxidantฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระextractสารสกัดกัญชาน้ำยาบ้วนปากMouthwashCannabis sativaradioprotectiveป้องกันรังสี

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาสารออกฤทธิ์ในเม่าหลวงต่อกลไกการตายของเซลล์มะเร็ง

รัชฎาวรรณ อรรคนิมาตย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2563

ผลของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากสมุนไพรและแอนาลอกในการต้านมะเร็งช่องปากและการเหนี่ยวนำให้เซลล์มะเร็งตายแบบอะพอพโทซิส

วรางคณา จุ้งลก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. 2558

ผลของสารสกัดที่ได้จากเปลือกต้นรักเมื่อใช้ชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดมาตรฐานต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งตับ ในหนูทดลองที่เหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งตับ

สุภาวดี พาหิระ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

ฤทธิ์ความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งช่องปากและมะเร็งกล่องเสียง และความคงตัวของสารสกัดเอทานอลตำรับยากัปปิผสมหมาก

อรุณพร อิฐรัตน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2562

การศึกษาฤทธิ์ในการป้องกันการเกิดมะเร็งและกลไกทางชีวเคมีของข้าวกล้องพร้อมรำหมักและสารอนุพันธุ์ที่สามารถพบได้จากข้าว ได้แก่ แอลฟ่า- และแกมม่า-โทโคไตรอีนอล ต่อการเกิดมะเร็งปอดอันเนื่องมาจากการได้รับสารอนุพันธ์กลุ่มไนโตรซามีนที่พบในควันบุหรี่

พรงาม เดชเกรียงไกรกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2554

ฤทธิ์ความเป็นพิษของสารเคอร์คิวมินอยด์และเคอร์คิวมินอยด์แอนาลอกต่อเซลล์มะเร็งช่องปาก

วรพจน์ หริตกุล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2559

การศึกษาถึงความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งและการเหนี่ยวนำให้เกิดการตาย โดยกระบวนการ apoptosis ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

วัลยา ธเนศพงศ์ธรรม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2552

การใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรจากป่าสาธารณะประโยชน์นาสีนวน ตำบลนาสีนวน อ. กันทรวิชัย จ. มหาสารคาม เพื่อการพัฒนาสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงพานิชย์ (โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)

วิจิตรา หลวงอินทร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2566

สารออกฤทธิ์ในสมุนไพรไทยต่อการวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง

กาญจนา อู่สุวรรณทิม มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2564

การศึกษาประสิทธิภาพสารสกัดจากดีปลี (Piper longum) ในการต้านและยับยั้งมะเร็งเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

พรอนันต์ เกื้อไข่ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2564