หนังใหญ่และความเป็นไปได้ในการขอขึ้นทะเบียนในบัญชีการปกป้องคุ้มครองอันเป็นตัวอย่างที่ดี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัย หนังใหญ่และความเป็นไปได้ในการขอขึ้นทะเบียนในบัญชีการปกป้องคุ้มครองอันเป็นตัวอย่างที่ดี มีวัตถุประสงค์ในการ 1) ศึกษาวิธีการสงวนรักษาหนังใหญ่ โครงการและกิจกรรม ของกรณีศึกษา ที่ดำเนินการมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน 2) ประเมินข้อจำกัด ความท้าทาย และแนวทางการปรับปรุงการสงวนรักษาหนังใหญ่ของกรณีศึกษา 3) เสนอแนะแนวทางการดำเนินการตามเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนในบัญชีการสงวนรักษาอันเป็นตัวอย่างที่ดี ด้วยการศึกษาการสงวนรักษาหนังใหญ่ของชุมชนหนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี หนังใหญ่วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง และหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี โดยใช้เอกสาร การสังเกตุการแสดงหนังใหญ่ และการสัมภาษณ์ชุมชนหนังใหญ่และผู้เกี่ยวข้อง ผลการวิจัยพบว่า ทั้งสามชุมชนมีจุดกำเนิดการแสดงหนังใหญ่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ขึ้นสู่ความนิยมสูงสุดและเสื่อมความนิยมในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นระยะเวลารวม 70-80 ปี หลังจากนั้นราว 40 ปีจึงได้มีการฟื้นฟูการแสดงหนังใหญ่ขึ้น ปัจจุบันหนังใหญ่วัดขนอนและหนังใหญ่วัดบ้านดอนมีการดำเนินงานในรูปแบบคณะนักแสดง (troupe) ซึ่งมีการแบ่งบทบาท หน้าที่รับผิดชอบกันชัดเจน อย่างไรก็ตามการสงวนรักษาหนังใหญ่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเท่าที่ควร ความอยู่รอดของหนังใหญ่ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของเจ้าอาวาสจึงถือว่ายังมีความเสี่ยงต่อการสูญหาย เมื่อพิจารณาการสงวนรักษาตามเกณฑ์ขึ้นทะเบียนในบัญชีการปกป้องคุ้มครองอันเป็นตัวอย่างที่ดีแล้ว พบว่าอาจไม่ผ่านเกณฑ์บางข้อ จึงมีข้อเสนอให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมพิจารณาผลักดันการขึ้นทะเบียนในบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เพื่อเพิ่มความตระหนักถึงคุณค่าของหนังใหญ่ในวงกว้าง