Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

ระบบการผลิตข้าวแบบอาหารปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

พยอม โคเบลลี่ กรมการข้าว พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวเป็นวิธีการที่นิยมของชาวนา อย่างไรก็ตาม การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบกับแมลงศัตรูธรรมชาติ ปัญหาสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม กรมการข้าวจึงมีแนวคิดในการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการทำงานวิจัยภายใต้โครงการวิจัย ระบบการผลิตข้าวแบบอาหารปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นงานวิจัยการจัดการศัตรูข้าวที่ประกอบด้วยแผนงานย่อย จำนวน 3 โครงการวิจัยย่อย ได้แก่ โครงการย่อยที่ 1 การจัดการศัตรูข้าวอย่างยั่งยืนโดยชีววิธี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสูตรชีวภัณฑ์เชื้อราสาเหตุโรคของแมลงศัตรูข้าวแบบง่ายและเชิงพาณิชย์เพื่อใช้ในการควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยชีววิธี เพื่อทดสอบเทคโนโลยีการจัดการโรคข้าวที่สำคัญโดยใช้ชีวภัณฑ์แบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus amyloliquefaciens ในรูปแกรนูลละลายน้ำ และเพื่อหารูปแบบการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ปลูกข้าวนาน้ำฝน และนาชลประทานในการควบคุมแมลงศัตรูข้าว ผลการวิจัยได้สูตรชีวภัณฑ์เชื้อรา Beauveria bassiana, Metarhizium anisopliae และ M. album สาเหตุโรคของแมลงแบบง่ายบนสูตรอาหารแข็ง (ข้าวเสาไห้หุงสุก) 3 ต้นแบบ สูตรชีวภัณฑ์เชิงพาณิชย์จากเชื้อรา จำนวน 4 สูตร แบบผงแห้งละลายน้ำจากเชื้อรา B. bassiana ได้แก่ BCNT002 (MT), BCNT004 และจากเชื้อรา M. anisopliae ได้แก่ MNMHN031 และ MNNKI033 ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทั้งในสภาพเรือนทดลองและในสภาพแปลงทดสอบ ที่แสดงเปอร์เซ็นต์การตายเฉลี่ยของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีควบคุม ได้ชีวภัณฑ์แบคทีเรียปฏิปักษ์ B. amyloliquefaciens ไอโซเลท UDN028 ในรูปแกรนูลละลายน้ำ 1 ต้นแบบ ที่สามารถใช้ในการป้องกันกำจัดโรคไหม้ ในระยะข้าวแตกกอ โดยลดเปอร์เซ็นต์ความรุนแรงและการเกิดโรค ได้ดีกว่ากรรมวิธีของเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้ข้อมูลการทดสอบเทคโนโลยีการจัดการระบบนิเวศหรือนิเวศวิศวกรรม ในนาข้าวนาชลประทานและนาน้ำฝน โดยพบว่าแปลงนาที่มีการจัดการระบบนิเวศในนาข้าวโดยวิธีทางนิเวศวิศวกรรม มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนศัตรูธรรมชาติมากขึ้น โครงการย่อยที่ 2 การจัดการศัตรูข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวชนิดใหม่ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวชนิดใหม่ และผลกระทบของสารเคมีต่อความหลากหลายของศัตรูธรรมชาติที่สำคัญ ผลการทดลอง พบว่าสาร sulfoxaflor 50% WG มีประสิทธิภาพในการควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลดีที่สุด ร้อยละ 80 สาร flonicamid 50% WG มีประสิทธิภาพในการควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว ร้อยละ 60-75 สาร chlorantraniliprole 5.17% SC, cyantraniliprole 10% OD, cartap hydrochloride 50% SP, chlorantraniliprole + thiamethoxam 20% + 20% WG และสาร dimethoate 40% EC มีประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนห่อใบข้าวร้อยละ 51-74 สาร cyantraniliprole 10% OD, chlorantraniliprole + thiamethoxam 20% + 20% WG และสาร fipronil 5% SC มีประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนกอข้าวร้อยละ 85-94 สาร carbaryl 85% WP และสาร dinotefuran 10% WP มีประสิทธิภาพในการควบคุมเพลี้ยไฟสูงถึงร้อยละ 95 ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารทางเลือกในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ เนื่องจากมีผลกระทบต่ำต่อความหลากหลายของศัตรูธรรมชาติ และมีต้นทุนต่อไร่ต่ำ ในขณะที่สาร fenbuconazole 24 % SC และสาร hexaconazole 5% SC เป็นสารที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสามารถลดการเกิดโรคกล้าเน่าในกระบะเพาะกล้าข้าวได้ร้อยละ 72-84 สาร tricyclazole 75%WP เป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคไหม้ในสภาพแปลงทดสอบ ได้ร้อยละ 21-36 สาร flutriazole และ azoxystrobin+difenoconazole เป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคเมล็ดด่าง สามารถลดการเกิดโรคได้ร้อยละ 60 และร้อยละ 56 ตามลำดับ สาร propineb เป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคใบจุดสีน้ำตาล สามารถลดการเกิดโรคได้ร้อยละ 23 สาร zinc thiazole มีเปอร์เซ็นต์ความรุนแรงในการเกิดโรคต่ำที่สุด หรือให้ผลในการยับยั้งโรคขอบใบแห้งได้ดีที่สุด รองลงมาคือสาร copper hydroxide, copper oxychloride และสาร tribasic copper sulfate ที่มีความรุนแรงร้อยละ 15, 20, 22 และ 23 ตามลำดับ ดังนั้นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคข้าวดังกล่าวจึงเป็นสารทางเลือกให้เกษตรกรเลือกใช้ในการป้องกันกำจัดโรคข้าวที่สำคัญ เพื่อลดและทดแทนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคข้าวที่จัดเป็นสารขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อ ที่กรมการข้าวเห็นควรให้ยกเลิกการใช้สารดังกล่าวในอนาคต และจากการศึกษาในสภาพห้องปฏิบัติการพบว่าสารป้องกันกำจัด เชื้อราสาเหตุโรคข้าวส่วนใหญ่ จะมีผลกระทบเชิงลบต่อเชื้อราที่มีประโยชน์ในสภาพแปลงนาด้วย ยกเว้นสาร propineb ที่พบว่ามีผลกระทบต่ำต่อเชื้อรา Trichoderma spp. และ Metarhizium spp. ดังนั้นการใช้สารป้องกันกำจัดโรคข้าวจึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังและใช้ให้ถูกต้องตามคำแนะนำ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมโรคข้าว และโครงการย่อยที่ 3 การตรวจ ติดตาม และเฝ้าระวังการตกค้างจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวในการผลิตข้าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้วิธีการตรวจวิเคราะห์สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่สำคัญในการผลิตข้าวที่ได้มาตรฐาน และตรวจติดตามการตกค้างของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่สำคัญในผลผลิตข้าว ผลการทดลองพบว่าการพัฒนาและตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีการตรวจวิเคราะห์สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวจำนวน 6 และ 20 ชนิด ในตัวอย่างข้าวและดิน ตามลำดับ โดยอ้างอิงวิธี AOAC Official Method 2007.01 เพื่อใช้มาตรวจวิเคราะห์การตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่สำคัญในตัวอย่างข้าว ดินและน้ำ ในบริเวณพื้นที่ปลูกข้าว จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดชัยนาท จำนวนรวม 174 ตัวอย่าง ในตัวอย่างข้าวพบการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตร oxamyl, tebuconazole, tricyclazole, carbendazim, propiconazole, permethin และ triazophos จำนวน 8, 6, 1, 1, 31, 2 และ 2 ตัวอย่างตามลำดับ ในตัวอย่างดิน พบการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตร ได้แก่ chlorpyrifos, bifenthrin, cypermethrin, propiconazole, tebuconazole และ tricyclazole นอกจากนี้ยังมีการติดตามสถานการณ์การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวที่สำคัญของเกษตรกรจำนวน 87 ราย จากทั้ง 4 จังหวัด พบปัญหาของแมลงศัตรูข้าว คือ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ปัญหาโรคข้าว ที่พบมากคือ โรคไหม้ ปัญหาด้านวัชพืชในนาข้าว ส่วนใหญ่ ได้แก่ หญ้าข้าวนกและข้าวดีด ซึ่งเมื่อเกษตรกรพบปัญหาจะจัดการปัญหา โดยการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช คือ carbosulfan และสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช คือ สารผสม difenoconazole/propiconazole ในระยะเก็บเกี่ยว จำนวน 1 และ 7 รายตามลำดับ จากข้อมูลทั้งการวิเคราะห์และสำรวจการตกค้างของสารเคมีและพฤติกรรมการใช้สารเคมีทางการเกษตร นำไปจัดทำฐานข้อมูล โดยสามารถเข้าสืบค้นได้ที่ https://ricephysicochem.ricethailand.go.th/dcrpr/ ซึ่งจะแสดงข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ บนระบบแผนที่ออนไลน์ สามารถค้นหาข้อมูลการตกค้างของสารเคมีได้ง่ายและนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการจัดการสารเคมี

คำสำคัญ

Food safetyอาหารปลอดภัยpesticide residueenvironmentally friendlyrice production systemเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมระบบการผลิตข้าวrice pest managementการจัดการศัตรูข้าวการตกค้างจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การจัดการศัตรูข้าวอย่างยั่งยืนโดยชีววิธี

พยอม โคเบลลี่ กรมการข้าว พ.ศ. 2566

การจัดการศัตรูข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวชนิดใหม่

สุกัญญา อรัญมิตร กรมการข้าว พ.ศ. 2566

การจัดการดิน น้ำและปุ๋ยในระบบการผลิตข้าวเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

พยอม โคเบลลี่ กรมการข้าว พ.ศ. 2566

การตรวจ ติดตาม และเฝ้าระวังการตกค้างจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวในการผลิตข้าว

ดารารัตน์ มณีจันทร์ กรมการข้าว พ.ศ. 2566

การพัฒนาผลิตภัณฑ์สารจากพืชสมุนไพรเพื่อควบคุมแมลงศัตรูในนาข้าว และแมลงศัตรูผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวในการผลิตข้าวอินทรีย์.

ดวงรัตน์ ธงภักดิ์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติกำจัดแมลงศัตรูพืชในระบบเกษตรอินทรีย์

ปภพ สินชยกุล สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดโรคข้าว

กรมการข้าว พ.ศ. 2553

ศึกษาปฏิกิริยาต่อการทำลายของโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ

ประจักษ์ เหล็งบำรุง กรมการข้าว พ.ศ. 2564

ศักยภาพของสารสกัดจากพืชสมุนไพรบางชนิดในการเป็นสารล่อดักจับแมลงในนาข้าว

พิสิษฐ์ พูลประเสริฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2566

ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและระดับการสัมผัสสารเคมีในเกษตรกรปลูกข้าวโพด อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

ฐิติอาภา ตั้งค้าวานิช มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2560