โครงการวิจัยและพัฒนาพืชสกุลกัญชาและพืชกระท่อมเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตพืชสกุลกัญชาและพืชกระท่อม ยังจำเป็นต้องวิจัยและพัฒนาในด้านการผลิตที่จะทำให้ได้วัตถุดิบสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ มีความสม่ำเสมอ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค การดำเนินงานโครงการวิจัยและพัฒนาพืชสกุลกัญชาและพืชกระท่อมเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ประกอบไปด้วย 2 โครงการย่อย ได้แก่ โครงการย่อยที่ 1 วิจัยเทคโนโลยีการผลิตพืชสกุลกัญชาเพื่อใช?ประโยชน?ทางการแพทย์ ดำเนินการจำแนกสายพันธุ์กัญชา ศึกษาลักษณะการแสดงออกของยีนที่ผลต่อปริมาณสารสำคัญ และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ได้แก่ การปลูกกัญชาในโรงเรือน การให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม การอารักขา และการขยายพันธุ์กัญชา และโครงการวิจัยย่อยที่ 2 วิจัยและพัฒนาพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตพืชกระท่อมเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ดำเนินการรวบรวม ทดสอบ และคัดเลือกสายต้น เพื่อให้ได้สายต้นที่มีสารสำคัญสูง ควบคู่กับการการจำแนกโดยลักษณะทางสัณฐานวิทยาและการใช้เทคนิคทางชีวโมเลกุลในการจำแนกสายต้น และศึกษาปัจจัยที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกระท่อมที่เหมาะสมต่อการสร้างสารสำคัญ รวมทั้งการศึกษาการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวกระท่อมที่เหมาะสม มีผลการวิจัย ดังนี้ พืชสกุลกัญชา มีผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานในปี 2565 คือ 1. ได้เทคโนโลยี/กระบวนการใหม่ ระดับห้องปฏิบัติการ จำนวน 4 กระบวนการใหม่ ได้แก่ 1.1 ได้ข้อมูลการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสาร THC และ CBD ในกัญชา 1.2 ได้ Protocol การเตรียมเนี้อเยื่อเพื่อเพิ่มปริมาณชิ้นเนื้อเยื่อและแคลลัสกัญชา และได้ข้อมูล ชุดยีน THCA synthase ของกัญชา 5 สายพันธุ์ เพื่อใช้ ในการสร้างชุดยีน CRISPR/CAS เพื่อกระตุ้นการกลายพันธุ์แบบจำเพาะเจาะจง 1.3 ได้สูตรอาหารที่เหมาะสมในการชักนำให้เกิดยอดจำนวนมากในกัญชา คือสูตรอาหาร MS ที่เติมสารควบคุมการเจริญเติบโต BA เข้มข้น 0.5 mg/l 1.4 วิธีการลดความชื้นที่เหมาะสมและพัฒนาวิธีการสกัดสารสำคัญในกัญชาให้เหลือน้อยกว่า 12% 2. ได้เทคโนโลยี/กระบวนการใหม่ ระดับภาคสนาม จำนวน 4 กระบวนการใหม่ ได้แก่ 2.1 เทคโนโลยีการผลิตกัญชาในสภาพการปลูกแบบโรงเรือนระบบไม่ควบคุมอุณหภูมิ 2.2 เทคโนโลยีการผลิตกัญชาในสภาพการปลูกแบบโรงเรือนระบบควบคุมอุณหภูมิ 2.3 ความต้องการน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของกัญชาเบื้องต้น 2.4 การผลิตต้นกล้าคุณภาพที่ได้จากการตัดชำในเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการขยายพันธุ์กัญชาพันธุ์ดีเชิงการค้าต่อไป พืชกระท่อม มีผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานในปี 2565 คือ 1. ได้เทคโนโลยี/กระบวนการใหม่ ระดับห้องปฏิบัติการ จำนวน 6 กระบวนการใหม่ ได้แก่ 1.1 ข้อมูลการกระจายพันธุ์ของกระท่อมในพื้นที่ภาคใต้ พบว่า มีการกระจายพันธุ์อยู่ทุกจังหวัดภาคใต้ ดำเนินการสำรวจ เก็บข้อมูล และเก็บตัวอย่างพืชกระท่อม จำนวน 74 สายต้น นำมาปลูกรวบรวมพันธุ์ที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 7 จ.สุราษฎร์ธานี 1.2 การจัดทำดีเอ็นเอบาร์โค้ดของกระท่อมด้วยไพรเมอร์มาตรฐานที่เหมาะสม เพื่อใช้ในการศึกษาความหลากลากยทางพันธุกรรม และเครื่องหมายดีเอ็นเอ และเพื่อเป็นฐานข้อมูลพันธุ์กระท่อม 1.3 ข้อมูลการจำแนกพันธุ์กระท่อมจากสัณฐานวิทยา และลักษณะประจำพันธุ์ทางการเกษตรของกระท่อม 1.4 ข้อมูลสมบัติทางกายภาพและสมบัติทางเคมีบางประการของดินต่อการเจริญเติบโตและสร้างสารสำคัญของพืชกระท่อม จากการศึกษา พบว่า ดินมีสมบัติทางกายภาพอยู่ในระดับปานกลางต่อการเจริญเติบโตของพืช และการเจริญเติบโตของต้นกระท่อม ขึ้นอยู่กับความอุมดมสมบูรณ์ของดิน ดินที่มีความสมบูรณ์ของธาตุอาหารในดินมากกว่า มีการเจริญเติบโตดีกว่า 1.5 ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างธาตุอาหารและปริมาณสารสำคัญในใบกระท่อม พบว่า ใบกระท่อมสะสมธาตุไนโตรเจนสูงที่สุด รองลงมาคือธาตุโพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และกำมะถัน สำหรับธาตุอาหารเสริม พบว่า มีการสะสมธาตุแมงกานีสมากที่สุด โดยพบความเข้มข้นสูงสุดจากกลุ่มตัวอย่าง ปริมาณ 5,051 mg kg-1 รองลงมาคือธาตุเหล็ก สังกะสีและทองแดง ตามลำดับ และพบว่า ธาตุแมกนีเซียมมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับปริมาณสาร Mitragynine และ 1.6 ข้อมูลการสำรวจโรคและแมลงของกระท่อมระยะเจริญเติบโตต่างๆ ในปี 2565 พบศัตรูสำคัญได้แก่ โรคที่เกิดจากเชื้อรา 3 ชนิด และแมลงศัตรู 11 ชนิด และทราบความสำคัญทางเศรษฐกิจของโรคและแมลงศัตรูสำคัญแต่ละชนิด ลักษณะการเข้าทำลายและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับต้นกระท่อม พร้อมได้แนวทางการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูสำคัญ จากผลดำเนินงานวิจัยในปี 2565 เป็นเพียงข้อมูลงานวิจัยเบื้องต้น ซึ่งจำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลและศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในปีถัดไป เพื่อให้ได้ข้อมูลและองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น