การบูรณาการการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลเพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจากการถูกคุกคามด้วยกิจกรรมของมนุษย์และปัจจัยทางธรรมชาติส่งผลกระทบต่อบทบาทและหน้าที่ของระบบนิเวศซึ่งเป็นประเด็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจและพยายามที่จะหาแนวทางหรือนโยบายต่างๆเพื่อยับยั้งและแก้ไขปัญหา การบูรณาการการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลเพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน มุ่งเน้นศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพทั้งด้านพันธุกรรม ชนิดพันธุ์ และระบบนิเวศในทะเล ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศ ราทะเลที่มีไขมันสูงจากแนวปะการัง และการส่งเสริมความยั่งยืนของการประมงขนาดเล็กบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบนโดยใช้การจัดการเชิงระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งโดยการสำรวจ การเก็บตัวอย่าง การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม ทดลองในห้องปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลในชั้นดินตะกอนจากระบบนิเวศแนวปะการังบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต พบสัตว์ทะเลหน้าดินขนาดใหญ่มีจำนวนชนิดทั้งหมดอยู่ในช่วง 24-51 ชนิด, ประชากรปลาทั้งหมดอยู่ในช่วง 99-213 ชนิด, กลุ่มสิ่งมีชีวิตในชั้นดินตะกอนขนาดใหญ่ทั้งหมด 7 ไฟลัม และพบกลุ่มแอมฟิพอด สกุล Stilipes (Holmes, 1908) ซึ่งคาดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ นอกจากนี้พบกลุ่มสิ่งมีชีวิตในชั้นดินตะกอนขนาดขนาดเล็กทั้งหมด 10 ไฟลัม ส่วนการแพร่กระจายและความหลากหลายของสัตว์หน้าดินขนาดเล็ก บริเวณน้ำทะเลขึ้น-ลงของหาด 12 หาดในจังหวัดภูเก็ต พบฮาร์แพคทิคอยโคพีพอด ทั้งหมด 12 วงศ์ และพบกลุ่มฮาร์แพคทิคอยโคพีพอดชนิดใหม่ สกุล Brianola (Monard, 1926) อย่างไรก็ตามพบหาดราไวย์มีสัตว์หน้าดินขนาดเล็กมากที่สุด 28.74% และหาดทรายแก้วมีน้อยที่สุด 0.26% สถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือเฝ้าติดตามผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมต่อสิ่งมีชีวิต เพื่อกำหนดแนวทางการอนุรักษ์และป้องกันการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในภาพรวม การศึกษาราทะเลที่มีไขมันสูงพบว่า Aspergillus pseudofelis สามารถผลิตไบโอดีเซลได้ 360 mL/ เส้นใยแห้ง 1 kg ภายในระยะเวลา 10 วัน และมีองค์ประกอบหลักทางเคมีเช่นเดียวกับไบโอดีเซลที่ผลิตจากปาล์มน้ำมัน สำหรับการวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพของไบโอดีเซลนี้พบว่าค่าความหนืด ณ อุณหภูมิ 40 ?C ค่าไอโอดีน ค่ากรดลิโนเลนิกเมทิลเอสเทอร์มีค่าตามเกณฑ์มาตรฐานไบโอดีเซลตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน สำหรับประมงขนาดเล็กในจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต มีการประกอบอาชีพประมงอยู่ในช่วง 1-40 ปี โดยประมงในฤดูกาลปกติมีการทำประมงเฉลี่ยต่อเดือน 10-25 วันต่อเดือน ขณะในฤดูกาลมรสุมมีการทำประมงเฉลี่ย 10-15 วันต่อเดือน ปัจจุบันปริมาณสัตว์น้ำลดลงมาก เมื่อเทียบกับอดีต (3 ปี) ที่ผ่านมา โดยสาเหตุสำคัญ ได้แก่ 1) จำนวนเครื่องมือประมงและชาวประมงเพิ่มขึ้น 2) สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม และความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ เช่น ป่าชายเลน หญ้าทะเล แนวปะการัง 3) ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ปะการังฟอกขาว โดยผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งหมด ร้อยละ 100 มีความเห็นว่าการที่สัตว์น้ำลดจำนวนลงมีผลกระทบต่อตนเอง เช่น ทำให้มีรายได้ลดลง ร้อยละ 82.70 ได้รับผลกระทบในระดับปานกลาง และร้อยละ 14.00 ได้รับผลกระทบในระดับสูง