กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ชื่อเรื่องวิจัย การศึกษาผลของการฝึกสมาธิ SKT ที่มีต่อทักษะกีฬายิงธนูเพื่อความเป็นเลิศภาษาอังกฤษ The Effect of SKT Meditation training for Archer Excellence Skillหน่วยงานที่ทำวิจัย มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปางปีที่ทำวิจัย 2563ผู้วิจัย รองศาสตราจารย์อุมาภรณ์ คงอุไร รองศาสตราจารย์ ดร.จตุรงค์ เหมราอาจารย์ศศิกัญญ์ ผ่องชมภูบทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลของการฝึกสมาธิ SKT ที่มีต่อความแม่นยำในการยิงและทักษะการจัดการความเครียดของนักกีฬายิงธนู 2) เปรียบเทียบความแม่นยำในการยิงธนูและทักษะการจัดการความเครียดของนักกีฬายิงธนูระหว่างกลุ่มที่มีการฝึกสมาธิ SKT ควบคู่กับการฝึกความแม่นยำกับกลุ่มที่ฝึกความแม่นยำในการยิงธนูเพียงอย่างเดียว โดยใช้นักกีฬายิงธนู ศูนย์ความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง จำนวน 15 คน เป็นกลุ่มทดลอง และนักกีฬายิงธนูโรงเรียนกีฬา จังหวัดลำปาง จำนวน 5 คน นักกีฬายิงธนูมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่ จำนวน 10 คน ที่มีประสบการณ์การเข้าร่วมแข่งขันกีฬายิงธนูระดับชาติ รวมเป็นจำนวน 15 คน เป็นกลุ่มควบคุม ก่อนทำการทดลองนักกีฬายิงธนูประเมินตนเองต่อทักษะการจัดการความเครียดทางการกีฬา – 28 (Athletic Coping Skills Inventory - 28) และทดสอบความแม่นยำในการยิงธนู จากนั้นให้กลุ่มทดลองฝึกโปรแกรมการฝึกสมาธิ SKT ภายหลังการทดลองให้นักกีฬาทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมประเมินตนเองต่อทักษะการจัดการความเครียดทางการกีฬาและทดสอบความแม่นยำในการยิงธนู จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ตามระเบียบวิธีการทางสถิติโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป เพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยการหาค่าที (t-test) และทดสอบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม โดยใช้สถิติความแปรปรวน (One Way ANOVA) ผลการศึกษาพบว่า1. นักกีฬายิงธนูกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่อายุ 20 ปี เคยมีประสบการณ์ในการแข่งขันกีฬาสถาบันพลศึกษาแห่งประเทศไทย และมีประสบการณ์ในการแข่งขันกีฬาระดับชาติอย่างน้อย 1 – 2 ครั้ง สำหรับประสบการณ์ในการแข่งขันระดับนานาชาติ นักกีฬายิงธนูชายกลุ่มทดลองมีประสบการณ์ในการแข่งขัน 1 คน กลุ่มควบคุมมีประสบการณ์ในการแข่งขัน 4 คน นักกีฬายิงธนูหญิงกลุ่มทดลองไม่มีประสบการณ์ในการแข่งขันระดับนานาชาติ นักกีฬาหญิงกลุ่มควบคุมมีประสบการณ์ในการแข่งขัน 1 คน นักกีฬายิงธนูชายและหญิงกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม มีประสบการณ์ในการฝึกจิตใจ โดยผู้ฝึกสอน 2. นักกีฬายิงธนูที่ได้รับการฝึกสมาธิ SKT มีทักษะการจัดการความเครียดทางการกีฬาได้มากกว่านักกีฬายิงธนูที่ไม่ได้รับการฝึก และผลของคะแนนการยิงธนูของนักกีฬายิงธนูที่ได้รับการฝึกสมาธิ SKT มีค่าคะแนนการยิงสูงกว่านักกีฬายิงธนูที่ไม่ได้รับการฝึก 3. เปรียบเทียบความแตกต่างของทักษะการจัดการความเครียดทางการกีฬาและผลคะแนนการยิงธนูของนักกีฬายิงธนูที่ได้รับการฝึกสมาธิ SKT กับนักกีฬายิงธนูกลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึก มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .00
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. Key elements demonstrated in relevant environments
.ภายหลังงานวิจัยเสร็จสิ้น สมาคมกีฬายิงธนูและหน่วยงาน/ชมรมต่างๆที่มีการฝึกซ้อมกีฬายิงธนูจะมีคู่มือการฝึกสมาธิ SKT สำหรับการฝึกสมาธิให้กับนักกีฬาในขณะฝึกซ้อมและขณะแข่งขัน เพื่อลดความเครียดและความกดดันในสถานการณ์ต่างๆ
ในการศึกษาผลของการฝึกสมาธิ SKT ที่มีผลต่อทักษะกีฬายิงธนู หน่วยงานมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการฝึกสอนทักษะการยิงธนู บุคลากรด้านศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออก (Oriental Medicine) และด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ สามารถร่วมกันระดมสมองเพื่อวางแผนการฝึกสมาธิ SKT และประยุกต์แนวทางการฝึกสมาธิควบคู่กับการฝึกทักษะความแม่นยำในการยิงธนู
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
ผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยจะสามารถดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มทักษะการฝึกสมาธิ SKT ให้นักกีฬายิงธนูผ่านผู้ฝึกสอน ประกอบกับมีคู่มือการทำสมาธิ SKT ที่จะช่วยเพิ่มสมาธิและลดความเครียด ความกดดันให้กับนักกีฬายิงธนูเพื่อนำไปใช้ในการฝึกทักษะนักกีฬาได้อย่างกว้างขวาง
.ในสภาวการณ์ปัจจุบันนักกีฬายิงธนูในสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ชมรมยิงธนู ตลอดจนสมาคมยิงธนูแห่งประเทศไทย มีการติดต่อประสานงานเชื่อมโยงกันอยู่อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ดังนั้น การดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะนักกีฬายิงธนูสู่ความเป็นเลิศจึงสามารถขอความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาทักษะกีฬาในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเข้าไปทดลองใช้เครื่องมือในการวิจัยได้เป็นอย่างดี