การผลิตไซโลโอลิโกแซคคาไรด์จากข้าวสำหรับเป็นส่วนผสมเชิงหน้าที่ในอาหารและเครื่องสำอาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ศึกษาผลิตไซโลโอลิโกแซคคาไรด์จากข้าวสำหรับเป็นส่วนผสมเชิงหน้าที่ในอาหารและเครื่องสำอาง โดยสกัดไซแลนจากฟางข้าวด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ (1, 2 และ 4 N) ที่อุณหภูมิ 25 และ 100?C พบว่าการสกัดไซแลนจากฟางข้าวด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 4 N อุณหภูมิ 100?C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ได้ไซแลนฟางข้าวปริมาณสูงที่สุด เท่ากับ 65.67 % โดยมีน้ำตาลไซโลส อะราบิโนส และกลูโคส เป็นองค์ประกอบในไซแลน เมื่อนำไซแลนฟางข้าวมาสกัดไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ด้วยน้ำโดยในอัตราส่วนปริมาณไซแลนของฟางข้าวต่อน้ำ 1:100 อุณหภูมิ 130?C เวลา 30 นาที หลังจากนั้นเติมไซลาเนส (10,000u/g) ที่ 0, 10, 20, 30 and 40% (w/w ของน้ำหนักไซแลน) พบว่าสภาวะที่ดีที่สุดในการสกัดไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ด้วยไซลาเนส 40% มีปริมาณไซโลโอลิโกแซคคาไรด์มากที่สุด โดยมี ไซโลไตรโอส (xylotriose) ไซโลเตตระโอส (xylotetraose) ไซโลเพนตะโอส (xylopentaose) เท่ากับ 124.82, 393.51 and 1,407.31 ppm นอกจากนี้พบว่าไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ที่ความเข้มข้น 5,000 ppm ยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์อีลาสเทส และคอลลาจิเนส โดยมีค่าเท่ากับ 25.75 - 58.69% และ 29.03 - 39.84% ตามลำดับ เมื่อทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติ Vero (African green monkey fibroblast; CLS605372), L929 (Mouse subcutaneous connective tissue) and HaCat (Human keratinocyte immortal cells) พบว่าไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ โดยมีร้อยละน้อยกว่าการรอดชีวิตของเซลล์ 50% จากนั้นนำไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ใส่เป็นส่วนผสมใน sleeping mask และได้เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ โดยจะนำ sleeping mask ไปทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ต่อไป