Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

ผลของสารละลายธาตุอาหารที่มีต่อการเจริญเติบโตของรากดำใบยาว Microsorium pteropus (Blume) Ching ในระบบไร้ดิน

รัฐภัทร์ ประดิษฐ์สรรพ์ สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาผลของสารละลายธาตุอาหารที่มีต่อการเจริญเติบโตของรากดำใบยาว Microsorium pteropus (Blume) Ching ในระบบไร้ดิน โดยนำต้นอ่อนที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออายุ 10 สัปดาห์ มาปรับสภาพพืชก่อนย้ายออกปลูกเป็นระยะเวลา 3 วัน จากนั้นนำมาปลูกเลี้ยงในระบบการปลูกพรรณไม้น้ำ แบบให้สารละลายธาตุอาหารพืชไหลผ่านรากพืชในรางปลูกระดับลึก (Deep flow technique, DFT) ประกอบด้วย การทดลองที่ 1 ศึกษาระดับค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายธาตุอาหาร 4 ระดับ ได้แก่ 0.5, 1.0, 1.5 และ 2.0 mS/cm และการทดลองที่ 2 ศึกษาชนิดของธาตุเหล็กคีเลต 3 ชนิด ได้แก่ การใช้ธาตุเหล็ก Fe-EDTA, Fe-DTPA และ Fe-EDDHA ทำการทดลองชุดการทดลองละ 3 ซ้ำๆ ละ 40 ต้น เป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่า ระดับค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายธาตุอาหาร 0.5, 1.0, 1.5 และ 2.0 mS/cm ให้ผลการเจริญเติบโตด้านน้ำหนัก ความสูง ความกว้างใบ และจำนวนรากไม่แตกต่างกัน (p>0.05) อย่างไรก็ตาม รากดำใบยาวที่เลี้ยงด้วยระดับค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายธาตุอาหาร 0.5 mS/cm มีจำนวนใบและความยาวใบที่ใกล้เคียงกับรากดำใบยาวที่เลี้ยงด้วยระดับค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายธาตุอาหาร 1.0 และ 1.5 mS/cm (p>0.05) แต่มีจำนวนใบและความยาวใบสูงกว่าที่ระดับค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายธาตุอาหาร 2.0 mS/cm อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) การเลี้ยงรากดำใบยาวที่ระดับค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายธาตุอาหาร 0.5 mS/cm จึงเป็นระดับค่าความนำไฟฟ้าของสารละลายธาตุอาหารระดับน้อยที่สุด ที่ทำให้ต้นรากดำใบยาวมีการเจริญเติบโตได้ดีที่สุด โดยน้ำหนักสุดท้ายเฉลี่ย 2.00?0.107 กรัม จำนวนใบสุดท้ายเฉลี่ย 13.32?0.667 ใบ ความกว้างใบสุดท้ายเฉลี่ย 1.65?0.043 เซนติเมตร ความยาวใบสุดท้ายเฉลี่ย 9.22?0.350 เซนติเมตร และจำนวนรากสุดท้ายเฉลี่ย 25.42?1.590 ราก ส่วนการทดลองชนิดของธาตุเหล็ก พบว่า Fe-EDTA, Fe-DTPA และ Fe-EDDHA ให้ผลการเจริญเติบโตด้านน้ำหนัก ความสูง จำนวนใบ ความกว้างใบ และความยาวใบไม่แตกต่างกัน (p>0.05) อย่างไรก็ตาม รากดำใบยาวที่เลี้ยงชุดการทดลองที่มีธาตุเหล็ก Fe-DTPA และ Fe-EDDHA มีจำนวนรากที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยใกล้เคียงกัน (p>0.05) แต่สูงกว่าการเลี้ยงในชุดการทดลองที่มีธาตุเหล็ก Fe-EDTA อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) การเลี้ยงรากดำใบยาวด้วยสารละลายธาตุอาหารที่มีธาตุเหล็ก Fe-DTPA และ Fe-EDDHA จึงมีความเหมาะสมมากที่สุดที่ทำให้ต้นรากดำใบยาวมีการเจริญเติบโตได้ดีที่สุด โดยมีน้ำหนักสุดท้ายเฉลี่ย 1.90?0.083 และ 1.88?0.058 กรัม ตามลำดับ จำนวนใบสุดท้ายเฉลี่ย 14.73?0.859 และ 13.66?0.781 ใบ ตามลำดับ ความกว้างใบสุดท้ายเฉลี่ย 1.44?0.039 และ 1.45?0.035 เซนติเมตร ตามลำดับ ความยาวใบสุดท้ายเฉลี่ย 9.42?0.206 และ 9.39?0.181 เซนติเมตร ตามลำดับ จำนวนรากสุดท้ายเฉลี่ย 22.88?1.170 และ 23.65?1.162 ราก ตามลำดับ

คำสำคัญ

aquatic plantพรรณไม้น้ำNutrient solutionsoilless cultureสารละลายธาตุอาหารการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินJava fern Microsorium pteropusรากดำใบยาว

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ผลของเถ้าไม้ยางพาราต่อความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืชในดินกรดเพื่อการปลูกอ้อยคั้นน้ำ

พิมล อ่อนแก้ว กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2563

ผลของเนื้อดินและเวลาหลังการไถกลบต่ออัตราการปลดปล่อยธาตุอาหารของปุ๋ยพืชสด

ทรายขาว วันนา สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 พ.ศ. 2554

ผลการใช้เทคโนโลยีชีวภาพบางชนิดต่ออัตราการอยู่รอดของกล้าหญ้าแฝกแบบรากเปลือย

สุภาวดี บุญธรรม กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2558

การขยายพันธุ์กะเรกะร่อนปากนกแก้วในสภาพปลอดเชื้อ

ณรงค์ วงศ์กันทรากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

Kesan Masa Penapaian dan Selang Pengacauan ke atas Sifat Fizikokimia Cecair Penapaian Buah Rambutan (Nephelium lappaceum L.)

Universiti Putra Malaysia พ.ศ. 2561

การศึกษาปรับปรุงดินกรด(กลุ่มชุดดินที่ 22)เพื่อลดการขาดธาตุแคลเซียม ที่มีผลต่อโรคผลเน่าแห้งดำ (Blossom end rot) ของมะเขือเทศ

กรวิภา รัตนนพนันทน์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2558

การเพาะเลี้ยงอับเรณูทานตะวันเพื่อผลิตสายพันธุ์แท้

หนูเดือน เมืองแสน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2560

ผลของระยะเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อการเจริญเติบโต องค์ประกอบทางเคมี คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และคุณค่าทางโภชนาการของจิงจูฉ่าย

ภาวิณี อารีศรีสม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560

การจัดการดิน ด้วยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดินเพื่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของปาล์มนํ้ามันในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย

วนิดา งามเงิน กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2555

การพัฒนาวัสดุปลูกด้วยของเหลือทิ้งจากกระบวนการเพาะปลูกพืชสกุลกัญชาเพื่อใช้ในภาคการเกษตร

วรวัฒน์ พรหมเด่น มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2566