การแยกธาตุเงินจากวัสดุเหลือทิ้งสำหรับเตรียมเป็นรีเอเจนต์ในห้องปฏิบัติการ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ได้ศึกษาการแยกธาตุเงินจากแผงวงจรพลาสติกในคีย์บอร์ด (KB) แผ่นซีดี (CD) และสารเหลือทิ้งจากห้องปฏิบัติการ คือ สารละลายซิลเวอร์ไอออน (Ag+), ตะกอนซิลเวอร์คลอไรด์ (AgCl) และของเสียอื่นๆ ที่มีธาตุเงินเป็นองค์ประกอบ เพื่อเตรียมเป็นรีเอเจนต์ต่างๆ คือ ซิลเวอร์ไนเตรต (AgNO3), รีเอเจนต์ทอลเลนส์ (Tollen’s reagent) และซิลเวอร์ซัลเฟต (Ag2SO4) ผู้วิจัยได้เริ่มศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการแยกธาตุเงินจากแผงวงจรพลาสติกภายในคีย์บอร์ด และแผ่นซีดี โดยพบว่าสภาวะที่เหมาะสมคือ การสกัดโดยใช้สารละลายกรดไนตริกเข้มข้น 1 M ที่อัตราส่วนระหว่างปริมาณ KBต่อกรด เท่ากับ 1:20 และ ปริมาณ CDต่อกรด เท่ากับ 1:5 ให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 60oC เป็นเวลา 6 ชั่วโมง สำหรับ KB และให้ความร้อนที่อุณหภูมิเดียวกัน เป็นเวลา 4 ชั่วโมง สำหรับ CD โดยพบว่ามีปริมาณธาตุเงินที่สกัดจาก KB และ CD เท่ากับ 0.19 % และ 0.018 % ตามลำดับ และมีค่าใช้จ่ายสุทธิในการสกัดโลหะเงินจาก KB และ CD เท่ากับ 36 และ 610 บาทต่อเงิน 1 กรัม ตามลำดับ ธาตุเงินที่สกัดได้ถูกนำมาสังเคราะห์เป็นรีเอเจนต์ซิลเวอร์ไนเตรต พบว่ามีคุณภาพเทียบเท่าซิลเวอร์ไนไตรตที่จำหน่ายในเชิงการค้า โดยนำไปใช้ในวิเคราะห์ปริมาณคลอไรด์ในตัวอย่างจริง เมื่อเปรียบเทียบด้วย T-test พบว่ามีระดับความเชื่อมั่น 95% จากนั้นได้นำธาตุเงินที่สกัดได้มาเตรียมเป็นรีเอเจนต์ทอลเลนส์ เพื่อนำไปวิเคราะห์เชิงคุณภาพของสารอินทรีย์บางชนิด โดยสังเกตจากการเกิด silver mirror เปรียบเทียบกับ รีเอเจนต์ทอลเลนส์ที่เตรียมจากซิลเวอร์ไนเตรตที่มีจำหน่ายในเชิงการค้า พบว่าได้ผลเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้เตรียมซิลเวอร์ซัลเฟตจากธาตุเงินที่สกัดได้ พบว่าคุณภาพของรีเอเจนต์ได้จากการประเมินเมื่อนำไปใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในวิเคราะห์ค่า COD ในตัวอย่างน้ำ พบว่าให้ผลสอดคล้องกับการใช้ซิลเวอร์ซัลเฟตที่มีจำหน่ายในเชิงการค้า ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่ารีเอเจนต์ที่เตรียมจากวัสดุและสารเหลือทิ้งให้คุณภาพเป็นที่น่าพอใจและสามารถนำไปใช้ในห้องปฏิบัติการทางเคมีได้ และงานวิจัยนี้ยังสามารถเป็นแนวทางในการลดของเสียที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม และลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อสารเคมีได้