พัฒนารูปแบบการป้องกันอาชญากรรมโดยการสร้างอนาคตร่วมกัน ของประชาชนในอำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่องานวิจัย : พัฒนารูปแบบการป้องกันอาชญากรรมโดยการสร้างอนาคตร่วมกัน ของประชาชนใน อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช คณะผู้วิจัย : นายจำเริญ ชูช่วยสุวรรณ และคณะ วันเดือนปี : 1 ตุลาคม 2552 – 30 กันยายน 2553 ผู้สนับสนุน : สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ บทคัดย่อ การวิจัยเรื่อง พัฒนารูปแบบการป้องกันอาชญากรรมโดยการสร้างอนาคตร่วมกันของประชาชนในอำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาระดับการป้องกันอาชญากรรมของประชาชนในในอำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช และเพื่อพัฒนารูปแบบการป้องกันอาชญากรรมโดยการสร้างอนาคตร่วมกันของประชาชนในในอำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้แบบสอบถามเป็นแบบคำถามให้เลือกคำตอบที่มีน้ำหนักมาก-น้อย (Scale) 5 ระดับ ข้อคำถามมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale ) จำนวน 15 ข้อ และนำเอารูปแบบการประชุมโดยการสร้างอนาคตร่วมกันมาใช้ในการดำเนินการพัฒนารูปแบบการป้องกันอาชญากรรมของประชาชน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 318 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย อายุระหว่าง 31-40 ปี ระดับการศึกษาส่วนใหญ่จบชั้นประถมศึกษา ภูมิลำเนาเดิมส่วนใหญ่ อยู่ในอำเภอทุ่งใหญ่ อาชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทางเกษตรกรรม กลุ่มตัวอย่างมีรายได้ระหว่าง 10,001-15,000 บาท ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่มากกว่า 20 ปี ระดับการป้องกันอาชญากรรม ของประชาชนในอำเภอทุ่งใหญ่ ทั้ง 3 ระดับ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ผลการศึกษาการพัฒนารูปแบบการป้องกันอาชญากรรมโดยการสร้างอนาคตร่วมกันของประชาชนในอำเภอทุ่งใหญ่ รูปแบบการประชุมใช้เทคนิคการประชุม F.S.C ซึ่งมีขั้นตอน 8 ขั้นตอนหรือ 3 ช่วงคือ อดีต ปัจจุบัน อนาคต จากการประชุมเชิงปฏิบัติการได้รูปแบบการป้องกันอาชญากรรมเป็น 3 ระดับ ได้แก่ การป้องกันอาชญากรรมในระดับบุคคลและครอบครัว ในระดับชุมชนและระดับความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยผลการดำเนินการทั้ง 3 ช่วง พบว่าช่วงอดีต การป้องกันอาชญากรรมในระดับบุคคลและครอบครัว ได้แก่ การล๊อค ประตูบ้านด้วยกุญแจและติดสัญญาณเตือนภัยป้องกันอาชญากรรมอย่างรอบคอบ อยู่ในระดับปานกลางโดยมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ส่วนปัญหาการป้องกันอาชญากรรมในระดับชุมชน ได้แก่ การจัดเวรยามรักษาการณ์ดูแลรักษาความปลอดภัยในชุมชนอยู่ในระดับปานกลางโดยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดและปัญหาการป้องกันอาชญา กรรมในระดับความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แก่ การร่วมให้ข้อมูลและจดจำเหตุการณ์เพื่อช่วยเหลือในการซักถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากที่เหตุได้เกิดขึ้นแล้ว อยู่ในระดับปานกลางโดยมีค่าเฉลี่ยสูงสุด สำหรับช่วงปัจจุบันเป็นการเสนอความคิดการป้องกันอาชญากรรมในมุมมองของผู้เกี่ยวข้องซึ่งเสนอแนวทางการป้องกันอาชญากรรมในระดับบุคคลและเน้นการให้ความรู้ด้านการป้องกันอาชญากรรมและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องฯ การป้องกันอาชญากรรมในระดับชุมชน การส่งเสริมทางวิชาการโดยการจัดอบรมสัมมนาเกี่ยวกับการสร้างชุมชนเข้มแข็ง “โครงการสร้างรั้วด้วยคน”ซึ่งจะได้รู้แนวทางการป้องกันอาชญากรรมส่วนในระดับความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสนอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีและทัศนคติที่ดีต่อตำรวจเพื่อทำงานร่วมกันได้ดี ในช่วงอนาคต เสนอโครงการอบรมการให้ความรู้ด้านการป้องกันอาชญากรรมและการสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมป้องกันอาชญากรรมในครอบ ครัวในระดับชุมชน เสนอโครงการส่งเสริมทางวิชาการโดยการจัดอบรมสัมมนา เกี่ยวกับการสร้างชุมชน เข้มแข็ง “โครงการสร้างรั้ว ด้วยคน” การให้ความรู้เกี่ยวกับเวรยาม และการจัดเวรยามที่ ชุมชนร่วมกันสอดส่องดูแล ตลอดจนการเฝ้าระวัง และในระดับความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสนอให้มีการโครงการสร้างความตระหนักในการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมจริยธรรมให้แก่ชุมชนให้เกิดความรักหวงแหนและแสดงความเป็นเจ้าของโครงการเจ้าหน้าที่ตำรวจพบปะกับประชาชนคณะกรรมการร่วมและจัดกิจกรรมประสานสัมพันธ์