การประเมินศักยภาพทางเทคนิคและการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในงานวิจัยนี้เป็นการประเมินศักยภาพทางเทคนิคและการบริหารการจัดการโรงไฟฟ้ าพลังน้า ที่ ดา เนินการโดยกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจา นวนที่ติดตั้งในเขตพื้นที่ภาคเหนือได้แก่เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอนและลา ปาง จา นวน 23 หมู่บ้าน ได้ทา การสา รวจภาคสนามของระบบระหว่างปี 2550-2551 กา ลังพิกัดที่ติดตั้งรวมประมาณ รวม 646 kW พบว่ามีจาก 23 ระบบมีระบบที่ใช้งานอยู่ทั้งสิ้น 10 ระบบ (315 kW) โดยเป็นระบบที่ใช้พลังงานน้า ผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว 8 ระบบและอีกสองระบบที่เหลือถึงจากข้อมูลรูปแบบลักษณะการใช้งานทาง เทคนิคนั้นแสดงให้เห็นว่าหมู่บ้านที่มีการขยายเขตจากไฟฟ้ าเข้าหมู่บ้านแล้วชาวบ้านยังคงเลือกที่จะใช้งาน ระบบผลิตไฟฟ้ าจากพลังน้า จากข้อมูลพบว่าในบางพื้นที่ระบบของการไฟฟ้ าดับและแรงดันตกบ่อยและ/ หรือค่าพลังงานไฟฟ้ าจากระบบสายส่งแพงกว่าพลังงานไฟฟ้ าจากกังหันน้า ยังคงเป็นทางเลือกสา หรับ ชาวบ้านได้ดี รูปแบบการบริหารจัดการที่พบในระบบผลิตไฟฟ้ าด้วยกังหันมีห้าแบบมีการจัดตั้งกลุ่มอยู่สองแบบ คือคณะกรรมการกลุ่มดูแลระบบและแบบสหกรณ์ สาหรับการจัดเก็บค่าไฟฟ้ามีสองแบบคือเก็บจากการติด มิเตอร์และการจัดเก็บตามจา นวนอุปกรณ์ การจ่ายค่าจ้างผู้ดูแลมีอยู่สองแบบคือการจ่ายแบบค่าจ้างรายเดือน และการแบ่งเปอร์เซนต์จากค่าไฟฟ้าที่เก็บได้ต่อเดือน อายุการใช้งานของระบบนับตั้งแต่เริ่มการใช้งานจนถึงหยุดใช้งานหรือในกรณีที่ระบบยังใช้งานอยู่ ถึง พฤศจิกายน 2551 นั้นพบว่าอายุการใช้งานของระบบเฉลี่ยเท่ากับ 12.35 ปี อายุใช้งานมากที่สุดเท่ากับ 20 ปี และน้อยสุดเท่ากับ 2 ปีนั่นหมายความว่าด้านการบริหารจัดการและด้านเทคนิคของระบบตอบสนองการ ใช้งานของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพและยังเป็นต้นแบบของการใช้งานด้านบริหารจัดการสา หรับการผลิต พลังงานสะอาดในพื้นที่ห่างไกลได้ จากผลการวิเคราะห์ค่าการใช้งานจากระบบนั้นพบว่าระบบที่หมู่บ้านแม่กา ปองเท่ากับ 6.23 kWh/kW เนื่องระบบมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องและจะเห็นได้ว่าแนวโน้มการถูกใช้งานเริ่มน้อยจะอยู่ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเมษายนในแต่ละปี แสดงให้เห็นว่าระบบผลิตไฟฟ้ าพลังงานน้า ขึ้นอยู่กับปริมาณของ แหล่งน้า เป็นหลัก สา หรับระบบที่หมู่บ้านกา แพงหินมีค่าเท่ากับ 1.26 kWh/kW อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นศักยภาพของแหล่งน้า หรือส่วนประกอบของเครื่องผลิตไฟฟ้ าชา รุดจะทา ให้ค่าการใช้ประโยชน์ของ ระบบเฉลี่ยต่า กว่าระบบที่บ้านแม่กา ปอง การศึกษานี้บ่งชี้ว่าการใช้ไฟฟ้ าจากระบบผลิตไฟฟ้ าด้วยกังหันน้า ทา ให้ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล นั้นมีประโยชน์ต่อการรับรู้ข่าวสาร การศึกษาและกิจกรรมส่วนรวม ทั้งนี้การส่งเสริมต้องคา นึงถึงพื้นฐาน ทางเศรษฐกิจประกอบกับด้านสังคมและวัฒนธรรม ภาษาแต่ละท้องถิ่นและการประสานประโยชน์กับ ประชาชนและองค์กรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อชาวบ้านสูงสุด