การพัฒนาเว็บเซอร์วิสระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อช่วยในการประเมินวัตถุดิบประเภทดินที่ใช้สำหรับอุตสาหกรรมเซรามิกในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษา สำรวจ และรวบรวมแหล่งดินที่ใช้สำหรับอุตสาหกรรมเซรามิกในประเทศไทย (2) เพื่อพัฒนาเว็บเซอร์วิสระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อใช้แสดงพื้นที่แหล่งดินเซรามิกในการประเมินระดับวัตถุดิบดินที่ใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิก และ(3) เพื่อเผยแพร่เว็บเซอร์วิสระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการประเมินระดับวัตถุดิบดินที่ใช้อุตสาหกรรมเซรามิกในประเทศไทย ผลลัพธ์สำหรับงานวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน (1) ผลลัพธ์การสำรวจข้อมูลแหล่งดินเซรามิก สามารถรวบรวมพิกัด ละติจูด และลองติจูด หรือ ยูทีเอ็มของแหล่งดินเซรามิกจากผู้ประกอบการเหมืองแร่ที่ได้รับสัมปทานและจำนวนดินสำรองที่มีเป็นส่วนใหญ่ในจังหวัดระนองและลำปาง (2) ผลลัพธ์การพัฒนาเว็บเซอร์วิสด้วยภาษาจาวาที่มีการประยุกต์ใช้โซปโปรโตคอล (SOAP) ในการสื่อสารระหว่างเว็บเซอร์วิส สามารถรองรับการนำข้อมูลที่สำรวจได้มาป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบ ซึ่งระบบจะแสดงผลขอบเขตของแต่ละพื้นที่แหล่งดินเซรามิกผ่านโปรแกรมกูลเกิลแมพ รวมถึงแสดงผลประเมินผลจำนวนขนาดพื้นที่และจำนวนดินเซรามิกสำรองที่มีอยู่ได้ (3) ผลการเผยแพร่เว็บเซอร์วิสสามารถลงทะเบียนเว็บเซอร์วิสผ่านยูดีดีไอ (UDDI) ด้วยการแชร์ไฟล์วิสเดิล (WSDL) ผ่านเว็บไซต์ของสมาคมเซรามิกส์ไทย ผลการประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบการเหมืองแร่ จำนวน 4 คน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเซรามิก 3 คน และจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 3 คน รวม 10 คน ด้วยแบบสอบถามพบว่าในภาพรวมผู้ใช้มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.56 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.58 ดังนั้นเว็บเซอร์วิสระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อใช้การประเมินระดับวัตถุดิบดินอุตสาหกรรมเซรามิกในประเทศไทย สามารถรองรับเก็บพิกัดแหล่งดินเซรามิกส์จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแหล่งดินเซรามิกทั่วประเทศ ดังนั้นระบบเว็บเซอร์วิสนี้สามารถนำพิกัดที่รวบรวมได้มาแสดงขอบเขตแต่ละพื้นที่และปริมาณดินสำรองได้ ซึ่งระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์นี้จะสามารถเป็นประโยชน์ร่วมกันในอนาคต