ต้นแบบสถานีเตือนภัยล่วงหน้าน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่มพลังงานต่ำในพื้นที่ต้นน้ำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการพัฒนาต้นแบบสถานีเตือนภัยล่วงหน้าน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่มพลังงานต่ำในพื้นที่ต้นน้ำ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ออกแบบและติดตั้งสถานีเตือนภัยนำร่องในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง (2) พัฒนาสถานีเตือนภัยนำร่องแบบใช้พลังงานต่ำ (3) เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน (societal resilience) พิบัติภัยน้ำหลาก-ดินถล่มให้ชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ดำเนินการทดลองติดตั้งต้นแบบเทคโนโลยี จำนวน 3 พื้นที่คือ พื้นที่นำร่องที่ 1 หมู่ที่ 6 บ้านตองเจริญราษฎร์ ตำบลแม่จริม อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม จังหวัดน่าน พื้นที่นำร่องที่ 2 หมู่ที่ 5 บ้านต้นต้อง ตำบลปิงหลวง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงน้ำเคิม จังหวัดน่าน พื้นที่นำร่องที่ 3 หมู่ที่ 2 บ้านปากลำปิล๊อก ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยเขย่ง จังหวัดกาญจนบุรี ต้นแบบสถานีเตือนภัยล่วงหน้าน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่มพลังงานต่ำในพื้นที่ต้นน้ำ ที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมา มี 2 รูปแบบ คือ แบบยึดบนเสากัลวาไนขนาด 2 นิ้ว ติดตั้งกับฐานปูนสำเร็จรูป และแบบยึดเกี่ยวบนถังน้ำคสล. ลักษณะเป็นเสา 1 ต้น มีความสูงประมาณ 2 เมตร น้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัม ยึดเกาะบนถัง คสล. โดยไม่ทำลายโครงสร้างของถัง ต้นแบบทั้ง 2 รูปแบบจะติดตั้ง (1) smart sensors ตรวจวัดปริมาณฝน (Piezoelectric sensor/ Tipping Bucket Rain Gauge) (2) sensors วัดความชื้นในดิน (3) ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) (4) กล้อง CCTV (5) ตู้คอนโทรลพร้อมแผง micro-controller และลิเธียมแบตเตอรี่ (6) แผงโซลาร์เซลล์ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ จำนวน 1-2 แผง จากการทดสอบการติดตั้งพบว่า ทั้ง 3 ต้นแบบ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบไปฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถใช้งานได้ดีโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าพื้นฐาน สามารถเปิดระบบใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน และระบบส่งข้อมูลแบบ IOT และส่งข้อมูลเข้ามายัง cloud platform ได้อย่างสม่ำเสมอ แพลตฟอร์ม IoT ถูกพัฒนาบน Cloud (203.150.199.205) สามารถแสดงแพลตฟอร์มได้บน web browser ทุกประเภท โดยแพลตฟอร์มถูกออกแบบเป็นลักษณะ Web Application ที่สามารถแสดงผลได้ทุกหน้าจอการทำงาน (Responsive Design) ในส่วนของการแจ้งเตือนภัย AI จะทำการประมวลข้อมูลปริมาณน้ำฝนที่ตรวจวัดได้ แล้วแจ้งเตือนผ่าน Mobile Application เกณฑ์การแจ้งเตือนมี 3 ระดับ ดังนี้ เกณฑ์เฝ้าระวัง ใช้ปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่วโมง 60 มิลลิเมตร เกณฑ์เตือนภัย ใช้ปริมาณน้ำฝน 70 มิลลิเมตร และเกณฑ์อพยพ ใช้ปริมาณน้ำฝน 80 มิลลิเมตร โดยระบบ AI จะแจ้งเตือนตามเกณฑ์ปริมาณน้ำฝนที่กำหนดไว้ในลักษณะ Push Notification เมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้น ข้อความแจ้งเตือนจะถูกส่งตรงถึงโทรศัพท์มือถือทันที