โครงการศึกษาวิจัยผลกระทบของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ต่อการเปลี่ยนแปลงทางลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณชายหาดแม่รำพึง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากมาตรการของรัฐบาลในการจำกัดคนเข้า – ออกในพื้นที่ ทำให้มีจำนวนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งลดลง โดยการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อการเปลี่ยนแปลงลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่ง และจัดทำฐานข้อมูลด้านธรณีวิทยาชายฝั่ง เพื่อนำไปเป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งต่อไปในอนาคต ขั้นตอนการศึกษาวิจัย ประกอบด้วย การเก็บข้อมูลภาคสนาม โดยได้ดำเนินเก็บข้อมูลแนวชายฝั่งทะเลและภาพตัดขวางชายหาดโดยระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ การสำรวจความลึกท้องน้ำและลักษณะภูมิสัณฐานพื้นท้องทะเลด้วยเครื่องหยั่งน้ำลึก การเก็บตัวอย่างตะกอนชายหาดและตะกอนพื้นท้องทะเล เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของตะกอน และการเก็บข้อมูลแบบสอบถาม เพื่อศึกษาความคิดเห็นของชุมชนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่ง และผลกระทบของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ต่อการเปลี่ยนแปลงทางลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งบริเวณพื้นที่ศึกษา จากการศึกษาได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลเส้นแนวชายฝั่งทะเล ลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งทะเล ความลึกท้องน้ำและลักษณะภูมิสัณฐานพื้นท้องทะเล และลักษณะทางกายภาพของตะกอนชายหาดและตะกอนพื้นท้องทะเล เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางธรณีสัณฐานชายฝั่งช่วงก่อนและหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยพบว่า ในช่วงหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แนวชายฝั่งส่วนใหญ่ไม่พบการกัดเซาะชายฝั่ง ลักษณะตะกอนทรายชายหาดเป็นตะกอนทรายขนาดปานกลาง – หยาบ พบการเปลี่ยนแปลงธรณีสัณฐานชายฝั่งทะเล โดยเกิดการสูญเสียปริมาณตะกอนทรายชายหาด มีความสูงชายฝั่งทะเล และความลาดชันสูงขึ้น ในขณะที่ความกว้างชายหาดและปริมาตรของตะกอนชายหาดลดลง ในส่วนของบริเวณพื้นท้องทะเล ตะกอนมีลักษณะเป็นตะกอนทรายและทรายปนโคลน พบการสะสมตัวของเนินทรายใต้น้ำ โดยรวมมีปริมาตรตะกอนเพิ่มขึ้นประมาณ 5,241,524.26 ลูกบาศก์เมตร การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณพื้นที่ศึกษามีปัจจัยหลักมาจากกระบวนการทางธรรมชาติ เนื่องจากพบการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งชานหาด (berm) การเกิดหน้าผาชายหาดขนาดเล็ก (beach scarp) และการสะสมของสันทรายใต้น้ำบริเวณชายทะเลใกล้ฝั่ง ซึ่งเกิดจากอิทธิพลหลักโดยคลื่น กระแสน้ำ และน้ำขึ้น-น้ำลง รองลงมาเป็นปัจจัยทางด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น การใช้เป็นที่จอดเรือประมง การปรับปรุงพื้นที่ชายฝั่งและชายหาดเพื่อใช้สำหรับวางร่มและเตียงผ้าใบของร้านอาหารริมชายหาด กิจกรรมนันทนาการบนชายหาด และการใช้รถไถบริเวณชายหาดเพื่อเก็บขยะทะเล เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์แบบสอบถาม จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การที่จำนวนประชาชนและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ไม่ได้ส่งผลต่อการฟื้นตัวของสภาพธรณีวิทยาชายฝั่งบริเวณพื้นที่ศึกษาแต่อย่างใด คำหลัก: การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง, ธรณีสัณฐานชายฝั่ง, การกัดเซาะชายฝั่ง, หาดแม่รำพึง?