รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552
การศึกษายีน BoLA-DRB hyplotypeต่อความต้านทานโรคไข้เห็บในโคนมพันธุ์ซาฮิวาล โคนมลูกผสมโฮลสไตน์ ฟรีเชี่ยนระดับสาย เลือดต่างๆ
นายยวงยศ จินดาทะจักร์ กรมปศุสัตว์ พ.ศ. 2552 ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาความสัมพันธ์ระหว่างยีน BoLA-DRB3.2 ที่เกี่ยวข้องกับความต้านทานโรคไข้เห็บจากเชื้อ A. marginale, B. bigemina และ B. bovis ในโคนมพันธุ์ซาฮิวาล โคนมลูกผสมโฮสไตน์ ฟรีเชี่ยนระดับสายเลือดต่างๆ โดยเก็บเลือดจากโคจำนวน 383 ตัว จากประชากรโคนมพันธุ์ซาฮิวาลและลูกผสมโฮลสไตน์ฟรีเชียนเพื่อสกัดดีเอ็นเอวิเคราะห์หาการติดเชื้อไข้เห็บด้วยเทคนิค PCR และตรวจหารูปแบบจีโนไทป์ BoLA-DRB3.2 ของโคแต่ละตัวด้วยเทคนิค PCR -RFLP จากการศึกษาพบว่าโคในทุกประชากรมีการติดเชื้อ A. marginale สูงกว่า B.bovis และ B. bigemina ตามลำดับ ผลการศึกษาความสัมพันธ์ของรูปแบบยีน BoLA-DRB3.2 ในโคนม พบรูปแบบของอัลลีล BoLA-DRB3.2 ทั้งหมด 106 รูปแบบ เป็นรูปแบบอัลลีลที่เคยมีรายงานมาแล้ว 49 รูปแบบ และรูปแบบอัลลีลใหม่ที่ไม่เคยรายงาน 57 รูปแบบ เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ของยีน BoLA-DRB3.2 ต่อการเกิดโรคไข้เห็บในโคนม ด้วยวิธี Logistic Regression พบอัลลีลที่สัมพันธ์กับความน่าจะเป็นการติดเชื้อ A. marginale จำนวน 4 อัลลีล โดยอัลลีลที่ง่ายต่อการติดเชื้อได้แก่ DRB3*2 และ *15 ส่วนอัลลีลต้านทานได้แก่ *14 และ *41 และพบอัลลีลที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ B. bigemina จำนวน 3 อัลลีล โดยพบว่าอัลลีล *20 ง่ายต่อการติดเชื้อส่วนอัลลีลต้านทานได้แก่ *10 และ *51 และพบอัลลีลที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ B. bovis จำนวน 3 อัลลีล โดยพบว่าอัลลีล *3 และ *16 ง่ายต่อการติดเชื้อส่วน *14 เป็นอัลลีลที่สัมพันธ์ต่อการต้านทานต่อการติดเชื้อ ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการคัดเลือกโคนมเหล่านี้ด้วยเครื่องหมายพันธุกรรม (Marker Assisted Selection) ได้ต่อไปในอนาคต
คำสำคัญ
โรคไข้เห็บโคนมพันธุ์ ซาฮิวาล และ โคนมลูกผสมโฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน <BR>Tick-borndisease Sahiwaland Crossbred Holstein Friesian
งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง
ความแตกต่างทางพันธุกรรมและการระบุเครื่องหมายโมเลกุลของความต้านทานโรคโคนเน่าของแก่นตะวัน
ปรียา พวงสำลี หวังสมนึก มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2555 การศึกษาจีโนมของแบคทีเรียแกรมลบดื้อยาคาร์บาพีเนมและโคลิสตินในประเทศไทย
วันทนา ปวีณกิตติพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พ.ศ. 2564 การศึกษาอณูพันธุศาสตร์และระบาดวิทยาของ Staphylococcus aureus ที่ดื้อต่อยา vancomycin
ภาวนา พนมเขต มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2559 การตรวจสอบการสร้างเอนไซม์คาร์บาพีนีเมสและยีนดื้อยาในเชื้อแบคทีเรีย Acinetobacter baumannii ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะกลุ่มคาร์บาพีเนมที่แยกจากผู้ป่วยโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ศิริมา สุวรรณกูฏ จันต๊ะมา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2558 การปรับปรุงชุดทดสอบเพื่อตรวจคัดกรองหาแบคทีเรียดื้อยาคาร์บาพีเนมพร้อมกับจำแนกชนิดเชื้อ Escherichia coli, Klebsiella pneumoniae และ Salmonella spp. ในชุดทดสอบเดียว
อนุศักดิ์ เกิดสิน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563 การพัฒนาเทคนิคการตรวจวินิจฉัยระดับโมเลกุลสำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 [H1N1]
สัญชัย พยุงภร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2553 การศึกษาความชุก ลักษณะทางพันธุกรรมและการวิเคราะห์ถึงการติดเชื้อจากสัตว์สู่คนของเชื้อไข้หวัดใหญ่สุกรในจังหวัดที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่นในประเทศไทย
ประวีณา กิติคุณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552 การเปรียบเทียบอาการแสดงของโรคไข้หวัดใหญ่ชนิด A สายพันธุ์ H1(2009) ในปี 2557-2558 กับกลุ่มอายุผู้ป่วย
พัทธนันท์ ธนพัตสิริยกุล พ.ศ. 2560 การตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหม่สายพันธ์ 2009 ที่ดื้อยา oseltamivir โดย oligonucleotide probe
นางสาวสุรางค์รัตน์ ศรีสุรภานนท์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2554 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดที่เกิดจากเชื้อ Escherichia coli และ Klebsiella pneumoniae สายพันธุ์ดื้อยาชนิดสร้างเอนไซม์ Extended-spectrum beta-Lactamase ในโรงพยาบาลจังหวัดนครพนม