การพัฒนาระบบการให้น้ำพืชแบบซึมซาบผ่านวัสดุพรุน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาระบบการใช้น้ำแบบซึมซาบผ่านวัสดุพรุน เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้น้ำแก่พืช โดยใช้หลักการแพร่ของน้ำจากบริเวณที่มีความชื้นสูงไปสู่บริเวณที่มีความชื้นต่ำกว่า โดยในการศึกษาได้มีการศึกษาวัตถุดิบที่ใช้ในการทำวัสดุพรุน พบว่า ดินที่ใช้ในการทดลองจะใช้ดินที่มาจากสถานีวิจัยกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีสัดส่วนประกอบด้วย ทราย 41 เปอร์เซ็นต์ ทรายแป้ง 30 เปอร์เซ็นต์ ดินเหนียว 29 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจัดว่าเป็นดินร่วนเหนียว และถ่านซังข้าวโพด โดยได้จากการเอาซังข้าวโพดตากแดดและเผาให้เป็นถ่าน ย่อยผ่านตะแกรงขนาด 2.00 มิลลิเมตร (10 mesh) - 425 ไมโครเมตร (40 mesh), 425 ไมโครเมตร (40 mesh) - 250 ไมโครเมตร (60 mesh), 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) พบว่า ถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) จะให้ผลิตภัณฑ์ที่มีความพรุน และความแกร่งมากกว่าถ่านซังข้าวโพดขนาดอื่นๆ ส่วนการทดลองหาอัตราการไหลของน้ำในห้องทดลอง จะพบว่า ดินที่ผสมถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) จะมีอัตราการไหลของน้ำมากที่สุด และผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณถ่านซังข้าวโพดผสมอยู่ 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก จะมีอัตราการไหลของน้ำดีที่สุด นำวัสดุพรุนที่ได้ไปทดลองในแปลงโดยใช้ระบบเปิด พบว่า อัตราส่วนของวัสดุพรุนที่เหมาะสมในการให้น้ำในระบบเปิด คือ ต้องมีปริมาณของดิน 95 – 85 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และใช้ถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) 5 – 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ส่วนการทดลองในระบบปิดหรือระบบสูญญากาศนั้น พบว่า น้ำจะหยุดไหลเมื่อดินมีความชื้นที่เหมาะสม และสามารถไหลได้อีกเมื่อมีความชื้นลดลง ซึ่งการทดลองพบว่า ถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) สามารถให้น้ำแก่พืชได้ดีกว่าขนาดอื่น ๆ โดยอัตราส่วนของวัสดุพรุนในการให้น้ำในระบบปิด คือ ปริมาณของดิน 95 – 85 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และใช้ถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) 5 – 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก จึงจะเป็นวัสดุพรุนที่เหมาะสมที่สุดในการใช้เพื่อการให้น้ำแก่พืชการวิจัยและพัฒนาระบบการใช้น้ำแบบซึมซาบผ่านวัสดุพรุน เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้น้ำแก่พืช โดยใช้หลักการแพร่ของน้ำจากบริเวณที่มีความชื้นสูงไปสู่บริเวณที่มีความชื้นต่ำกว่า โดยในการศึกษาได้มีการศึกษาวัตถุดิบที่ใช้ในการทำวัสดุพรุน พบว่า ดินที่ใช้ในการทดลองจะใช้ดินที่มาจากสถานีวิจัยกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีสัดส่วนประกอบด้วย ทราย 41 เปอร์เซ็นต์ ทรายแป้ง 30 เปอร์เซ็นต์ ดินเหนียว 29 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจัดว่าเป็นดินร่วนเหนียว และถ่านซังข้าวโพด โดยได้จากการเอาซังข้าวโพดตากแดดและเผาให้เป็นถ่าน ย่อยผ่านตะแกรงขนาด 2.00 มิลลิเมตร (10 mesh) - 425 ไมโครเมตร (40 mesh), 425 ไมโครเมตร (40 mesh) - 250 ไมโครเมตร (60 mesh), 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) พบว่า ถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) จะให้ผลิตภัณฑ์ที่มีความพรุน และความแกร่งมากกว่าถ่านซังข้าวโพดขนาดอื่นๆ ส่วนการทดลองหาอัตราการไหลของน้ำในห้องทดลอง จะพบว่า ดินที่ผสมถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) จะมีอัตราการไหลของน้ำมากที่สุด และผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณถ่านซังข้าวโพดผสมอยู่ 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก จะมีอัตราการไหลของน้ำดีที่สุด นำวัสดุพรุนที่ได้ไปทดลองในแปลงโดยใช้ระบบเปิด พบว่า อัตราส่วนของวัสดุพรุนที่เหมาะสมในการให้น้ำในระบบเปิด คือ ต้องมีปริมาณของดิน 95 – 85 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และใช้ถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) 5 – 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ส่วนการทดลองในระบบปิดหรือระบบสูญญากาศนั้น พบว่า น้ำจะหยุดไหลเมื่อดินมีความชื้นที่เหมาะสม และสามารถไหลได้อีกเมื่อมีความชื้นลดลง ซึ่งการทดลองพบว่า ถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) สามารถให้น้ำแก่พืชได้ดีกว่าขนาดอื่น ๆ โดยอัตราส่วนของวัสดุพรุนในการให้น้ำในระบบปิด คือ ปริมาณของดิน 95 – 85 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และใช้ถ่านซังข้าวโพดขนาด 250 ไมโครเมตร (60 mesh) - 150 ไมโครเมตร (100 mesh) 5 – 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก จึงจะเป็นวัสดุพรุนที่เหมาะสมที่สุดในการใช้เพื่อการให้น้ำแก่พืช